วัน พุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15:32:43

SET บ่ายยืนบวกเล็กน้อย หุ้นพลังงานถ่วง
โบรกฯ แนะ "ซื้อ" TISCO ปัจจัยบวกเพียบ

2017-01-10 13:08:00
ผู้เข้าชม : 791 ครั้ง


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงานตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ภาคเช้า (10 ม.ค.)ปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนจาก Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง และแรงเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มแบงก์ หลังจะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/59 ในช่วงนี้ ส่วนตลาดภูมิภาคแกว่งทั้งในแดนบวก-ลบ บ่ายนี้ตลาดฯคงยืนในแดนบวกได้เล็กน้อย พร้อมให้แนวต้าน 1,575 แนวรับ 1,560 จุด

 

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น เป็นผลมาจาก Fund Flow ไหลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่ยังมีแรงเก็งกำไรในกลุ่มธนาคาร จากที่จะเริ่มทยอยประกาศผลการดำเนินงานในช่วงสัปดาห์นี้ ถึงสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การแถลงอำลาตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ของนายบารัค โอบามา และการแถลงข่าวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันพุธนี้ (11 ม.ค.) ก่อนการเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ม.ค.

ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบสลับกัน โดยมีปัจจัยในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ส่งผลกดดันในบางประเทศ แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย ตลาดฯน่าจะยังยืนอยู่ในแดนบวกได้เล็กน้อย พร้อมให้แนวต้าน 1,575 จุด และแนวรับ 1,560 จุด

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (10 ม.ค.) SET แข็งแกร่งกว่าคาด แต่มอง Upside จำกัด เนื่องจาก Valuation ของตลาดที่อยู่ในโซนสูง และ Reward to Risk ไม่น่าสนใจมากนัก (ดูรายงาน Pathumwan Corner วันนี้)

ในขณะเดียวกัน แนะนำ "ซื้อ" TISCO มองว่าหุ้นที่กำไรเติบโตดี และ PE ไม่สูงมากจะมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่า SET (ดูกราฟด้านล่าง) โดย TISCO เป็นหนึ่งในหุ้นที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาด ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การซื้อธุรกิจ Retail banking จาก SCBT ด้วยราคาที่ไม่สูงเป็นปัจจัยบวกต่อ Valuation ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 70 บาท และคาดการณ์กำไรเติบโตเฉลี่ย 15-16% ในปี 2017-18 2) สินเชื่อรถยนต์มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ขณะที่การปรับโครงสร้างหนี้ SSI ส่งผลบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์บริษัท 3) ROE เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องจาก 15.8% ในปี 2015 เป็น 16.9%, 17.6%, และ 18.3% ในปี 2016-18 4) ในทางสถิติ 10 ปีที่ผ่านมา TISCO มีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็น "บวก" สูง 87.5% ในเดือน ก.พ.-มี.ค. ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉพาะ 5% ต่อเดือน ขณะที่ทางเทคนิคราคามีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นด้วยเป้าหมายระยะสั้นที่ 64.5 และ 65.75 ตามลำดับ

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

KTB   มูลค่าการซื้อขาย  1,329.52  ล้านบาท ปิดที่  18.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

CPALL  มูลค่าการซื้อขาย  1,316.02  ล้านบาท ปิดที่  62.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

KBANK  มูลค่าการซื้อขาย  1,198.88  ล้านบาท ปิดที่ 189.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท         

BANPU  มูลค่าการซื้อขาย  1,194.20  ล้านบาท ปิดที่  19.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท

IRPC  มูลค่าการซื้อขาย  1,151.66  ล้านบาท ปิดที่   5.10 บาท ลดลง  0.15 บาท



เเท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย SET

ข่าวที่เกี่ยวข้อง