วัน พุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 06:23:29

พาราสาวะถี
อรชุน

2017-01-11 06:46:00
ผู้เข้าชม : 388 ครั้ง


จากการโยนกลองกันไปมาและทำท่าว่าจะไม่เป็นความจริง แต่พอสถานการณ์ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ดูเหมือนว่าประเด็นการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งน่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น จับอาการจาก มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ถึงสองวันติด จากวันแรกที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่รู้ว่ากฎหมายลูกที่สำคัญ 4 ฉบับจะผ่านความเห็นชอบของสนช.หรือไม่

นั่นเป็นปมแรกที่จะทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป ล่าสุด มีชัยออกมาพูดเป็นนัยเนื่องจากประเทศอยู่ในภาวะเศร้าสลดทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ดังนั้น เวลาอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง พร้อมๆ กับการยกเอากรอบเวลา 90 วันในการที่จะทรงโปรดเกล้าฯร่างรัฐธรรมนูญลงมาเพื่อประกาศใช้นั้น ยิ่งทำให้มองเห็นโอกาสของการเลื่อนเลือกตั้งจากปีนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้น

เมื่อต่อจิ๊กซอว์เข้ากับบทสัมภาษณ์ของ วิษณุ เครืองาม ถึงกระบวนการหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯภายในระยะเวลา 90 วัน จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เพื่อผ่าทางตันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีบทบัญญัติใดๆ ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว หากเป็นเช่นนั้นคำถามที่จะตามมาคือ แล้วรัฐบาลและคสช.จะใช้วิธีการอย่างไร

หากเป็นไปในลักษณะนั้น ทางออกที่จะเกิดขึ้นคงมีอยู่ 3-4 แนวทางคือ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด นำไปสู่การเลือกตั้ง หรือหยิบยกเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใดมาปรับแก้แล้วบังคับใช้เพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง แล้วก็ระบุให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่

หรือจะใช้วิธีการบัญญัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งเข้าไปในรัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้วก็ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ โดยจะใช้วิธีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหรือจะให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือส.ส.ร. ก็สุดแท้แต่ ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะอยากให้มีส.ส.ร.มากกว่า

ทั้งหมดนี้คือแนวทางคร่าวๆ หากมีอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามโรดแมปที่วางไว้ แต่อย่างที่คาดไว้เมื่อนำเอาประเด็นเช่นนี้ไปถาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คำตอบที่ได้ก็จะเป็นไปโดยอ้างหลักการและการแสดงความโมโหโกรธา อย่างที่บอกไว้หลายหนท่านผู้นำไม่สบอารมณ์และไม่ชอบที่จะให้ใครมาเค้นหาคำตอบในเรื่องที่ไม่สามารถกำหนดได้อย่างชัดเจน

หากถูกไล่บี้มากๆ ก็จะเกิดการย้อนถาม สุดท้ายก็หนีไม่พ้นทุกอย่างจะไปตกที่นักการเมือง ด้วยคำตอบที่ว่าคนเหล่านั้นพร้อมหรือยัง คิดทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติหรือเปล่านอกเหนือจากการเลือกตั้ง เท่านี้จริงๆ สำหรับคำตอบของท่านผู้นำในยามที่สังคมอยากทราบถึงความแน่ชัด แต่ท่านยังไม่ชัดเจน จึงต้องหาเหตุกระทืบเท้าขู่เพื่อให้เลิกถามเอาดื้อๆ

ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในห้วงระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา จนเกิดการรัฐประหารถึง 2 หน ยังคงยืนยันว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่วิกฤติที่แท้จริงแต่เป็นวิกฤติเทียมที่หาเหตุเพื่อให้อำนาจเผด็จการเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งจนถึงขณะนี้แม้จะมีทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแนวทางการปฏิรูปประเทศ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เชื่อว่ามันจะสามารถทำให้เกิดความปรองดองได้จริง

สิ่งที่เห็นเป็นที่ประจักษ์ของการชุมนุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็คือ หลายๆ เรื่องเป็นการกล่าวหากันแบบดื้อๆ เพื่อดิสเครคิตฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่ปฏิญญาฟินแลนด์ซึ่งผ่านการพิสูจน์ของกระบวนการยุติธรรมแล้วว่าไม่มีอยู่จริง แต่ก็ได้ทำลายอดีตผู้นำที่ถูกกล่าวหาอย่าง ทักษิณ ชินวัตร จนเป็นตราบาปติดตัวไปเรียบร้อยแล้ว

หลายเรื่องเป็นการพูดในลักษณะของความเท็จ จนถูกครหาว่าพูดเท็จจนกลายเป็นเรื่องจริง ล่าสุด มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับทักษิณอันเป็นคำสารภาพของคนที่กล่าวหาบนเวทีการชุมนุมทางการเมืองนั่นก็คือ สมบูรณ์ ทองบุราณ อดีตส.ว. ในฐานะแกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณหรือกปท.แนวร่วมของม็อบกปปส.

โดยที่เจ้าตัวได้เผยแพร่จดหมายคำสารภาพเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมาว่า การไปขึ้นพูดบนเวทีของม็อบกปปส. เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 กล่าวหาทักษิณในทำนองว่าเป็นผู้สั่งการชายชุดดำจำนวน 400 คนที่รวมตัวกันอยู่ที่วัดพระธรรมกายมาก่อกวนผู้ชุมนุมที่ถนนราชดำเนินและสั่งให้ตำรวจจัดการผู้ชุมนุมนั้น ขอยืนยันว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ในการนี้สมบูรณ์ยังได้กราบขออภัยเป็นอย่างสูงต่อทักษิณ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่พูดหรือกระทำการใดอันเป็นการพาดพิงไปถึงทักษิณอีกตลอดไป แม้การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นไปเพื่อหวังผลในคดีความที่เจ้าตัวถูกคนแดนไกลส่งทนายความไปฟ้องร้องดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือปอท.ก็ตาม

แต่นี่เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งถึงการกล่าวหากันโดยปราศจากข้อเท็จจริง ดังนั้น จึงคงไม่แปลกที่จะเห็นมือกฎหมายของบางพรรคการเมืองออกมาตีโพยตีพายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเป็นคุณทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้ทันที จากการถูกดำเนินคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้เกิดการทุจริต

โจทย์ใหญ่ของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องครุ่นคิดก็คือ ในเมื่อหลายเรื่องเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงแล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรหนึ่งองค์กรใด จะเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบจากใคร หรือจะต้องให้ขั้วของความขัดแย้งมายอมรับความจริงร่วมกันว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วขอให้ลืมๆ กันไป แต่บาดแผลที่มันเกิดขึ้นเราจะเขียนประวัติศาสตร์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้อย่างไร ต้องไม่ลืมว่าหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้การปรองดองเกิดขึ้นคือ ทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริง แล้วทำกันได้หรือไม่



เเท็กที่เกี่ยวข้อง

พาราสาวะถี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง