Daily Theme – บล.เคที ซีมิโก้

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้ แกว่งตัวผันผวนในแดนลบ และอ่อน …


สรุปภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้

แกว่งตัวผันผวนในแดนลบ และอ่อนตัวแรงในช่วงท้ายตลาด จากแรงขายนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ ส่งผลดัชนีปิดต่ำกว่าระดับ 1600จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังเปิดค่อนข้างคละ

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดทิศทางดัชนีวันนี้ ผันผวนในกรอบจำกัด แนวรับ 1580/1550 จุด แนวต้าน 1600/1619 จุด โดยคาดจะมีแรงซื้อกลับบางส่วน หลังดัชนีอ่อนตัวแรงวานนี้ลงมาบริเวณแนวรับจิตวิทยา 1600 จุด ประกอบกับ sentiment ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ฟื้นตัวได้เล็กน้อยตามการปิดบวกของตลาดหุ้นสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นบวกต่อเนื่องสะท้อนจากรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือน พ.ค. จาก สศค. ที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน

อย่างไรก็ดี เรายังคาดว่าความกังวลเรื่องสงครามการค้าจะเป็นตัวกดดันสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง และมองว่าดัชนีมีโอกาสของการอ่อนตัวลงมาแนวรับบริเวณ 1550-1540 จุด ได้อยู่ ทั้งนี้ บริเวณ 1540 จุดเป็นแนวรับที่ระดับ PER 13.9 เท่าหรือเทียบเท่า ค่าเฉลี่ยระยะยาว -0.5SD ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นแนวรับที่ลุ้นการดีดตัวกลับของดัชนีได้

ประเด็นสำคัญวันนี้

+ ไทย: สศค. เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2018 ว่า ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวได้ดี ส่วนการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณฟื้นตัว รายได้เกษตรกรที่แท้จริงขยายตัว 9.0% ต่อปีสูงสุดในรอบ 13 เดือน โดย สศค. คาดว่าจีดีพีไทย 2Q18 จะขยายตัวเกิน 4% – สหรัฐ: จีดีพี 1Q18 ประมาณการครั้งสุดท้าย เติบโต 2.0% QoQเทียบต่อปี ต่ำกว่าประมาณการครั้งที่ 2 และคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.2%

+ จีน: ธนาคารกลางจีน (PBOC) แถลงระบุว่าเตรียมพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจและตลาดการเงิน โดยก่อนหน้านี้ PBOC ได้ประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบการเงินของจีนจำนวน 7 แสนล้านหยวน

+/- จับตา จีน เผยตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือน มิ.ย. (มาร์กิต) โดยตลาดคาดที่ระดับ 51.1 ทรงตัวจากเดือน พ.ค.

กลยุทธ์
เน้นถือเงินสด รอดูสถานการณ์

หุ้นแนะนำ เก็งกำไรระยะสั้น (Trading Buy ทางเทคนิค)
หุ้น defensive play ได้แก่ BDMS BCH
หุ้นมีข่าวบวก ได้แก่ AMATA PSH

News Comments

AMATA AMATA เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการจากประเทศจีน เข้ามาติดต่อซื้อที่กว่า 200 ไร่ โดยคาดว่าจะเป็นบริเวณจังหวัดระยอง โดยจะเห็นความชัดเจนช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันยังมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาติดต่อขอซื้อที่อย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องด้วยพื้นที่ EEC เริ่มมีความชัดเจน เบื้องต้นผู้ประกอบการที่เข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดังกล่าวนั้นเป็นระดับหลักสิบไร่ขึ้นไป

ดังนั้นมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถขายที่ไปตามเป้าที่วางไว้ 925 ไร่ (Source :www.mitihoon.com, June 28, 2018)
Comment + AMATA มียอดขายที่ดิน 1Q18 ที่ 28 ไร่ ซึ่งเราคงคาดอย่างอนุรักษ์นิยมว่า AMATA จะมียอดขายที่ดินปี 2018 ในไทยที่ 650 ไร่ และเวียดนามที่ 125 ไร่ โดยยอดขายจะไปอยู่ในช่วง 3Q18-4Q18 ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวของบริษัทที่คาดว่ายอดขายจะเข้ามาในช่วงปลายปี ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 18 ที่ 28.7 บาท

GUNKUL วานนี้ผู้ถือหุ้นของ GUNKUL อนุมัติการซื้อ Future Electrical Control (FEC) บริษัทที่เกี่ยวข้องที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการให้บริการ EPC ด้านสายส่งไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้า ราคาซื้ออยู่ที่ประมาณ 650 ล้านบาท แต่จะทำให้ GUNKUL สามารถเข้าประมูลโครงการสายส่งไฟฟ้าจาก กฟผ. ได้ (ที่มา: SET)
Comment +/? เราไม่แปลกใจต่อผลการอนุมัติดังกล่าว แต่การซื้อ FEC จะทำให้ GUNKUL ได้งาน EPC สายส่งไฟฟ้า ซึ่งยังมีโอกาสโตได้อีกมาก จากแผนของ กฟผ. ในการพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน ราคาซื้อกิจการสะท้อน 2018E PER ราว 11 เท่า ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างสมเหตุสมผล

LOXLEY ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระเงิน 945.6 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับจากวันฟ้อง ให้ บจ. ล็อกซ์เล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี (LGT) เป็นค่าเสียหายในส่วนของเงินลงทุนจากการเลิกสัญญาจ้างให้บริการระบบเกมสลาก (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ)
Comment + เรามีมุมมองเป็นบวกต่อคำพิพากษาดังกล่าว หากคำนวณจนถึงปัจจุบัน มูลค่าค่าเสียหายที่ได้ชดเชยตามสัดส่วนการถือหุ้นของ LOXLEY (35%) คิดเป็น 510 ล้านบาท หรือ 0.22 บาท/หุ้น ซึ่งน่าจะสะท้อนไปแล้วในราคาหุ้น ซึ่งปรับขึ้นมากว่า 9% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ น่าจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งยากที่จะคาดการณ์ระยะเวลาที่ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดได้ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวแข็งแกร่งของกำไรธุรกิจปกติในปี 61 จากมูลค่างานในมือที่แข็งแกร่ง และการควบคุมค่าใช้จ่าย แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 3 บาท

PSH PSH แถลงยอดขายทาวน์เฮ้าส์ 1H18 ทำได้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท มั่นใจทั้งปีทำได้ตามเป้าหมายที่ 22 พันล้านบาท (Source: Infoquest, June 28, 2018)
Comment + เราคาดว่า PSH จะสามารถทำยอดขายทาวน์เฮ้าส์และคอนโดได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2018 ที่ 22 พันล้านบาท และ 12.5 พันล้านบาทได้ไม่ยาก และคาดว่าแนวโน้มกำไรในช่วง 2H61 จะดีกว่าครึ่งปีแรกและกำไรปี 62 น่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง จึงคงคำแนะนำ “Outperform” โดยคาดมีอัตราปันผลตอบแทนที่น่าสนใจระดับ 6.8% สำหรับปีนี้

TOP คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเป็นระยะเวลา 30 ปี ให้แก่ TOP (จากเดิมที่หมดอายุปี 2022) โดยค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท สำหรับพื้นที่ 1,499 ไร่ ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทสามารถวางแผนการลงทุนได้ โดยโครงการหลักของบริษัท คือ โครงการ CFP (Clean Fuel Project) ที่คาดแผนผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2022 (ที่มา: ข่าวหุ้น)

Comment +/? ค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญาดังกล่าวที่ 12,000 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 50% (จากเดิม 8,000 ล้านบาท) คิดเป็นค่าเช่าราว 400 ล้านบาท/ปี (จากเดิมราว 300 ล้านบาท/ปี) ซึ่งไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรของบริษัท (คิดเป็นความเสี่ยงเชิงลบเพิ่มเติมไม่ถึง 1% ของกำไรสุทธิ) เราประเมินประเด็นค่าเช่าที่ดังกล่าว ไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญกับประมาณการกำไรของบริษัท

แต่จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง คาดจะเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักเชิงลบกับผลประกอบการของผู้ประกอบการปลายน้ำมากกว่า จาก crude premium และต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น แม้ว่าอาจมีกำไรจากสต๊อคน้ำมันเข้ามาชดเชยผลกระทบได้บางส่วนใน 2Q18 ก็ตาม เรายังคงแนะนำ “Underperform” สำหรับ TOP และมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดประมาณการกำไรจาก crude premium ที่ทรงตัวสูง

TTCL TTCL แจ้งได้รับงาน EPC ใหม่เป็นงานโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนาม โครงการ Package D (LLDPE Plant) of Long Son Petrochemicals Project มูลค่าราว USD200-220mn (6.4 – 7.0 พันล้านบาท) กำหนดสร้างเสร็จในปี 2022 (ที่มา: SET)

Comment +/? เราได้รวมโครงการดังกล่าวข้างต้นไว้ในประมาณการแล้ว ซึ่งหากรวมโครงการล่าสุดนี้ จะทำให้นับตั้งแต่ต้นปี TTCL มีการเซ็นสัญญางานใหม่รวม 22 พันล้านบาท ใกล้เคียงประมาณการทั้งปี ดังนั้น หากใน 2H18 บริษัทได้งานมากกว่านี้ อาจเป็น upside ต่อประมาณการได้

อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ “Underperform” สำหรับ TTCL จากผลประกอบการและฐานะการเงินที่ยังอ่อนแอ ขณะที่แผนลงทุนโรงไฟฟ้าที่เมียนมาอยู่ระหว่างการศึกษา

ส่วนแผนการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนยังมีความล่าช้า จึงยังคงมีความเสี่ยงด้านการเงินและการระดมทุนหากต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม โดยคงราคาพื้นฐานที่ 8.70 บาท อิง P/BV 1.2 เท่า (-2.5SD)

 

Back to top button