
GPI กำไรท็อปฟอร์ม.!
กลับมาแย้ววว..!? รู้ยังว่ากำไรของ GPI กลับมายืนเหนือร้อยล้านบาท และรายได้กลับมาแตะที่ระดับ 700 ล้านบาทแล้วนะ
กลับมาแย้ววว..!? รู้ยังว่ากำไรของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI กลับมายืนเหนือร้อยล้านบาท และรายได้กลับมาแตะที่ระดับ 700 ล้านบาทแล้วนะ หลังจากก่อนหน้านี้ถูกวิกฤตโควิดเล่นงานเสียสะบักสะบอม จนกำไรสุทธิในช่วง 4 ปีมานี้ ลดลงเหลือระดับ 30 ล้านบาท ส่วนรายได้ลดลงเหลือเฉลี่ย 500 ล้านบาทต่อปี…
แต่ล่าสุดงบปี 2567 GPI กลับมาโชว์กำไรสุทธิ 108.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.23% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 79.05 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการ 749.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.42% จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและบริการ 627.68 ล้านบาท
งั้นกำไร GPI ก็กลับมาท็อปฟอร์มในรอบ 4 ปีน่ะสิ..!!
โดยกำไรที่เติบโตนั้น…ได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ที่รายได้เพิ่มขึ้น 21.76% มาอยู่ที่ 689.98 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการจัดแสดงงาน Bangkok International Motor Show (BIMS) ครั้งที่ 45 ซึ่งในปี 2567 มีลูกค้าสนใจร่วมออกแสดงงานเพิ่มมากขึ้น และมีการขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มอีก 1 Hall รวมทั้งมีรายได้จากการจัดงานกิจกรรมประเภทอื่น ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น
ถัดมาเป็นกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 15.23% อยู่ที่ 32.76 ล้านบาท สาเหตุมาจากการรับจ้างพิมพ์งานเพิ่มมากขึ้น จากการขยายงานรับจ้างพิมพ์ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ
นอกจากมี 2 แรงหนุนแล้ว ก็มี 2 แรงฉุดด้วยนะ นั่นคือ กลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล ที่รายได้ลดลง 17.39% เหลือแค่ 25.61 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการให้บริการโฆษณาสิ่งพิมพ์และรายได้ขายนิตยสารลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ รายได้ลดลง 24.79% อยู่ที่ 1.20 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการซื้อมาขายไปของรถยนต์สะสม และรายได้จากการให้บริการตกแต่งรถยนต์เพื่อการแข่งขันที่ลดลง
แต่เมื่อบวกลบคูณหารกันแล้ว…แรงหนุนทำผลงานได้โดดเด่นกว่า เลยทำให้รายได้รวมยังเป็นบวก
โดยในปี 2567 GPI มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 346.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.03% และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 46.25% เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 46.01%
สงสัย GPI จะเข้าสู่โหมดเติบโตรอบใหม่นะเนี่ย..??
ที่น่าสนใจ นอกจากโชว์งบสวยแล้ว บอร์ด GPI ยังใจป้ำ เคาะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังของปี 2567 ในอัตรา 7 สตางค์ต่อหุ้นด้วยนะ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 เม.ย. 2568…หากคิดเป็นอัตราผลตอบแทน ยีลด์จะสูงถึง 4.04% เมื่อเทียบกับราคาปิดวานนี้ (25 ก.พ. 2568) ที่ 1.73 บาท
ถ้ารวมกับงวดครึ่งปีแรกของปี 2567 ที่จ่ายเงินปันผลไปแล้วในอัตรา 10 สตางค์ต่อหุ้น นั่นหมายความว่า ปี 2567 GPI เคาะจ่ายเงินปันผลสูงถึง 17 สตางค์ต่อหุ้น คิดเป็นเป็นดิวิเดนด์ยีลด์สูงปรี๊ดดดที่ 9.82% เชียวหนา
โอ้มายก๊อด.! เป็นหุ้นเล็ก แต่ปันผลเด่นขนาดนี้..ให้ผลตอบแทนดีกว่าเอาเงินไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ยอีกนะเนี่ย..!?
งั้นต้องยกให้เป็นหุ้นเล็กพริกขี้หนูแล้วล่ะ..!!
แต่น่าแปลก…งบก็สวย ปันผลก็เด่น แต่ทำไม๊ทำไมราคาหุ้นกลับไม่หือไม่อือ โดยวานนี้ปิดตลาดเสมอตัวที่ 1.73 บาท
อย่าบอกนะว่า GPI เป็นหุ้นที่ตายด้านไปซะแล้ว…
ไม่จริงใช่มั้ยคะ “น้าจิน” (ปราจิน เอี่ยมลำเนา) ขาาา..!!
…อิ อิ อิ…