เม่าสู้สุดใจ

สิ่งที่ “โมนิก้า” ชื่นชอบมากสุดในช่วงตลาดหุ้นผันผวนขาลงก็คือ แรงซื้อของรายย่อยที่ช่วยกันใส่แบบสุดซอยทุกครั้ง


สิ่งที่ “โมนิก้า” ชื่นชอบมากสุดในช่วงตลาดหุ้นผันผวนขาลงก็คือ แรงซื้อของรายย่อยที่ช่วยกันใส่แบบสุดซอยทุกครั้ง ซึ่งเป็นภาพที่อีฉันประทับใจเหลือหลาย เพราะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนเหล่านี้ช่วยพยุงหุ้นไทยอย่างแท้ทรู และเหนืออื่นใดก็คือ นักลงทุนกลุ่มนี้ยังมีความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทย จึงเดินหน้าซื้อหุ้นมาตั้งแต่ต้นปี จนยอดซื้อสะสมขึ้นไปแตะระดับ 2.32 หมื่นล้านบาทแบบนี้..ของแทร่จ๊ะ

ที่น่าสนใจก็คือ ในระหว่างที่รอคอยข่าวดีมาซัพพอร์ตหุ้นไทยเป็นเวลานาน วานนี้ก็ได้รับข่าวดีชิ้นใหม่เมื่อ กนง. มีมติ 6:1 ลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งทำให้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ กระโจนเข้ามาไล่หุ้นภาคบ่ายอย่างคึกคัก จนดัชนีขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,231.14 จุด บวกไป 24.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.25 หมื่นล้านบาท มันเหมือนหยดน้ำทิพย์ชโลมใจในยามที่นักลงทุนกำลังสิ้นหวังนะจะบอกให้

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง และคาดหวังจะได้เห็นดัชนีขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,250 จุดอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อที่หนาแน่นกว่าช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งเชื่อว่า รัฐบาลจะเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแบบจัดเต็ม (พอโดนด่าหนัก ๆ ก็เร่งทำงานกันใหญ่) เดี๊ยนเลยเปลี่ยนความคิดมาเป็นทางบวกมากขึ้น เพราะหุ้นหลายตัวมีแวลูสูงกว่าที่เห็นในวันนี้จ้า!

โดยเฉพาะในรายของหุ้นลีสซิ่ง MTC ถือเป็นทีเด็ดที่ “โมนิก้า” มีความชื่นชอบสุด ๆ หลังได้เห็นพัฒนาการหลายอย่างดีขึ้นเป็นลำดับ แถมตอนนี้ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เขาคือราชาเงินผ่อนตัวจริง เดี๊ยนจึงเห็นด้วยที่ราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 48.25 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 3.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 886 ล้านบาท เพราะราคาเป้าสูงสุดที่เขาให้ไว้ในปี 68 อยู่สูงถึง 65 บาทนะตัวเอง

ขนาดหุ้นขายไก่ CPF ยังตีปีกขึ้นมาปิดที่ระดับ 24.30 บาท บวกไป 1.90 บาท หรือขึ้นไป 8.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.32 พันล้านบาท จนนักเล่นเชื่อกันว่า ราคาหุ้นจะขึ้นไปหายอดเก่าที่บริเวณ 26 บาทแบบนี้ “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ สำหรับคนที่เล่นหุ้นตัวนี้ เพราะในมุมของคนที่เป็นกองเชียร์ ก็อยากเห็นหุ้นขึ้นไปหาเป้าหมายที่เป็นราคาเฉลี่ย 28 บาทนะออเจ้า

เช่นเดียวกับในรายของน้อง MINT ก็เป็นหุ้นที่น่าสนใจในแง่ของกำไรที่เสมอต้นเสมอปลาย แถมเมื่อดูจากราคาเป้าหมายเบื้องต้นที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ไว้ที่บริเวณ 34 บาท “โมนิก้า” ย่อมเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 29 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 513 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้เล่นเยอะพอสมควร และเหมาะสำหรับคนที่ยังมองหุ้นตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีนะนายจ๋า!

อีกรายที่คัมแบ็กอย่างสวยงาม และมีเรื่องกำไรเป็นแบ็กอัพ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น CENTEL แบบไม่ลังเลใจ เพราะเมื่อดูจากกำไรปี 67 โต 28% และโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าที่ระดับ 39 บาท ก็ทำให้เดี๊ยนเชื่ออย่างสนิทใจว่า การยืนปิดที่ระดับ 31.50 บาท บวกไป 3.25 บาท หรือขึ้นไป 11.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 377 ล้านบาท ยังเป็นจังหวะของการไหลตามน้ำนะออเจ้า!

เมาท์ถึงเรื่องดี ๆ ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันมาดูหุ้นไซซ์เล็กอย่าง PRTR กันบ้างดีกว่า และเหตุผลที่ทำให้อีฉันหันมามองหุ้นตัวนี้เกิดจากราคาหุ้นที่ยืนอยู่ในระดับ 3.74 บาท ให้รีเทิร์นในรูปของปันผลสูงถึงระดับ 6% ผนวกกับตัวเลขกำไรในปี 67 ก็ยังโตต่อ เดี๊ยนเลยเชื่อว่า นี่เป็นจังหวะทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ตอย่างไม่มีข้อสงสัย และคนที่เหมาะจะลงทุนในหุ้นตัวนี้ก็ควรเป็นคนที่เน้นลงทุนระยะยาวนะจ๊ะ

สอดคล้องกับสถานการณ์ของหุ้น PSG ซึ่งปั้นกำไรต่อปีหลักพันล้าน แต่ราคาหุ้นกลับไม่ไปไหน จนสุดท้ายต้องใช้วิศวกรรมการเงินมาแต่งตัวใหม่ให้หุ้นสวยงามแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่น่าติดตามสุด ๆ เพราะเที่ยวนี้เขาใช้วิธีรวมพาร์ ต่อจากนั้นทำการลดทุน เพื่อล้างส่วนต่ำมูลค่าหุ้น (กระบวนการดังกล่าวต้องทำทั้งหมด 3 ครั้ง) อีฉันเลยมองว่า ในอนาคตหุ้นตัวนี้ต้องแจ่มสุด ๆ…จริงเท็จประการใด ก็ต้องดูกันต่อไป (โมเดลนี้เหมือนกับตอน BTS แต่งตัวกลับมาเทรดใหม่)..อิอิอิ

โมนิก้า: และทีมงาน

Back to top button