
ตั้งเป้าล้มคนเดียว! ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก “แพทองธาร” ขาดภาวะผู้นำ-ปล่อยให้ทุจริต 24 มี.ค.นี้
“ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ “แพทองธาร” คนเดียว ซัดขาดภาวะผู้นำ ยินยอมให้ “บิดา” ชักใย ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.พ.68) เวลา 10:00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 กับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอน และบรรจุระเบียบวาระ รวมทั้งกำหนดวันที่จะเปิดอภิปรายต่อไป
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มีสมาชิกร่วมลงชื่อทั้งหมด 166 คน แบ่งเป็น ส.ส. พรรคประชาชน 143 คน, พรรคเป็นธรรม 1 คน, พรรคพลังประชารัฐ 19 คน และพรรคไทยสร้างไทย 3 คน
โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ของอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว แต่ทั้งเนื้อหาจะครอบคลุมทุกประเด็น ทุกมิติ และเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เพราะเราเชื่อว่าปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินในวันนี้เกิดขึ้นจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำและไม่สามารถควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลได้
“เราตั้งใจที่จะอภิปรายนายกฯ คนเดียวมาตั้งแต่แรก ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวานเรื่องข้อสอบรั่วเป็นกระแสข่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริง” ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุ
นายณัฐพงษ์ เน้นย้ำว่า อยากให้ติดตามเนื้อหาการอภิปรายครั้งนี้ที่จะสะท้อนปัญหาทุกอย่าง ส่วนการลงมติไม่ไว้วางใจที่ตัวนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนั้น เชื่อว่าจะทำให้เห็นประชาชนได้เห็นปัญหาจริง ๆ ของรัฐบาลชุดนี้มากกว่า ทั้งนี้เชื่อมั่นใจในการเตรียมเนื้อหาอภิปรายของพรรคร่วมฝ่านค้านทุกพรรค เชื่อว่าญัตติที่เสนอไม่ได้ต่อข้อบังคับใด ๆ ถ้าบรรจุญัตติได้ตามนี้ แสดงว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะพูดถึงนายทักษิณได้
“มองในเชิงการเมือง มุมหนึ่งก็เป็นสิ่งที่จะได้พิสูจน์ว่าตัวนายกฯ สามารถควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลมากน้อยขนาดไหน การลงมติที่พุ่งเป้าไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว แน่นอนที่สุดถ้าประเมินทางการเมือง แปลว่าเกิดแรงกระเพื่อมในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอนเพราะฉะนั้นจำนวนคะแนนเสียง ที่จะลงมติไว้วางใจต่อตัวนายกรัฐมนตรีขาดไปเพียงหนึ่งคะแนนเสียง สำหรับผมก็คิดว่าเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญว่าตัวนายกฯ ไม่สามารถควบคุมเสียงรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงเรื่องกรอบระยะเวลาการอภิปรายว่า ที่ผ่านมาการอภิปรายในสภาฯ ก็อภิปรายอย่างต่ำ 4 วัน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ก็อยากให้ฝ่ายรัฐบาลให้กรอบเวลามาก ยิ่งนายกฯ มีเวลาให้พรรคฝ่ายค้านได้ซักฟอกมาก นายกฯ ก็ยิ่งมีโอกาสมากในการแสดงความเป็นผู้นำของตนเอง ทั้งนี้ในอดีตเคยมีพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ เพียงคนเดียว และหลังจากนั้นก็เกิดการยุบสภา แต่สำหรับบริบทในปัจจุบันตนไม่สามารถตอบแทนรัฐบาลได้ แต่เชื่อมั่นว่าเนื้อหาที่เตรียมมาค่อนข้างเข้มข้น และพุ่งเป้าไปที่ความผิดของนายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน โดยมีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการขาดคุณสมบัติการในดำรงตำแหน่งด้วย
นอกจากนี้ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังกล่าวถึงข่าวการต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคกับฝ่ายค้าน เพื่อแลกข้อมูลเนื้อหาทำให้ไม่สามารถยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่น โดยย้ำว่า ขอให้รอดูที่เนื้ออภิปราย ก็จะเห็นว่าพวกเราดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนจะนำญัตติไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามระเบียบข้อบังคับ หากมีประเด็นให้ต้องแก้ไขจะแจ้งผู้นำฝ่ายค้านฯ ภายใน 7 วัน จากนั้นจะส่งญัตติที่ตรวจสอบแล้วให้รัฐบาลเพื่อให้กำหนดวันอภิปราย แต่ครั้งนี้ทางรัฐบาลได้แจ้งว่า พร้อมให้อภิปรายในวันที่ 24 มี.ค.68 ส่วนระยะเวลาอภิปรายจะใช้อย่างไรนั้น วิปทั้งสองฝ่ายจะหารือกันอีกครั้ง และตนหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
เปิดรายละเอียดญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่ฝ่ายค้าน ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีเนื้อหาว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พวกข้าพเจ้าซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ผู้มีรายนามท้ายญัตตินี้ ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
โดยพวกข้าพเจ้า เห็นว่า นางสาวแพทองธาร เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารด้วยประการทั้งปวง ทั้งขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่แก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ส่งผลทำลายภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัว และพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม
นางสาวแพทองธาร ยังไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรงทั้งในด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา เจตนา ตลอดจนปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันภายใต้การบริหารงานของตนเอง ทั้งยังทุจริตเชิงนโยบาย บริหารบ้านเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์ แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไปเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญอื่น
นอกจากนี้ยังสมัครใจยินยอมให้ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดา เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ
จากพฤติการณ์ดังที่พวกข้าพเจ้าได้กล่าวมา หากปล่อยให้ นางสาวแพทองธาร ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบไป จะทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างร้ายแรงจนยากจะแก้ไขเยียวยาได้ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดบรรจุญัตตินี้ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เวลา 11:00 น. นางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางมายังรัฐสภา เพื่อตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี