EURO กวาดรายได้ปี 67 แตะ 1.29 พันล้าน แจกปันผล 0.22 บาท รับเงิน 21 พ.ค.นี้

EURO เปิดผลงานปี 67 ทำรายได้แตะ 1,290 ลบ. ใจดีปันผล 0.22 บ. เคาะจ่าย 21 พ.ค.นี้ ปักหมุดรายได้ปี 68 โตต่อ รับรายได้ 3 โชว์รูมใหม่เต็มปี


นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ “Luxurious & High Quality Living” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2567 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567) มีรายได้รวม 1,290.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.90 ล้านบาท หรือ 1.25% โดยมีรายได้จากการขายและการบริการ จำนวน 1,280.24 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 125.52 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 บริษัทฯ เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 393.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.99 ล้านบาท หรือ 27.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 307.66 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4/2567 เท่ากับ 38.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.19 ล้านบาท หรือ 59.26% จากงวดก่อนที่มีกำไรสุทธิ 23.95 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานทั้งปีเติบโต เนื่องจากในไตรมาส 4/2567 บริษัทฯ สามารถจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามกำหนด และสามารถบริหารจัดการสินค้าคงเหลือเพื่อส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเปิดโชว์รูมที่ภูเก็ต รวมถึงการเปิดโชว์รูมใหม่ของแบรนด์ Frette Flagship store at Central Embassy ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดย Frette เป็นสินค้าที่ลูกค้าสามารถซื้อและนำกลับได้เลย จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าของการนำเข้าจากวิกฤตการณ์ทะเลแดง ส่งผลให้ฐานรายได้ของบริษัทฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2567 (มกราคม-ธันวาคม 2567) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.22 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นไม่เกิน 67.10 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2568 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2568

สำหรับในปี 2568 บริษัทฯ คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีจาก 3 โชว์รูมใหม่ในปี 2567 ได้แก่ 1. Euro Creations Flagship Gallery /Phuket 2. Poltrona Frau Flagship Store /T5 และ 3. Frette Flagship store at Central Embassy ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนเปิด 2 โชว์รูมใหม่ ได้แก่ Bang & Olufsen (B&O) at Central Embassy และ Molteni&C Flagship Store /T5 และ 1 Pop-up Store ได้แก่ Bang & Olufsen (B&O) at Emporium เพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ประเมินกำลังซื้อของกลุ่ม UHNWI ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมไปกับการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ และความต้องการสินค้าคุณภาพสูงที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ รวมถึงเทรนด์ Wellness & Sustainable Luxury ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเชื่อมั่นว่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ช่วยส่งเสริมให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

Back to top button