“ทรัมป์” เอฟเฟกต์! ฉุดหุ้นยุโรปร่วงหนัก กังวลภาษีสหรัฐกระทบอุตสาหกรรมกลุ่ม EU

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ นักลงทุนกังวลมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมสำคัญ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มยานยนต์ทรุดหนัก นำโดย Ferrari, BMW และ Stellantis


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (27 ก.พ.68) จากแรงขายในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU)

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 557.11 จุด ลดลง
  • ดัชนี DAX ของเยอรมนี ร่วงหนักสุดปิดที่ 22,89 จุด ลดลง 243.22 จุด (-1.07%)
  • ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส ปิดที่ 8,52 จุด ลดลง 41.10 จุด (-0.51%)
  • ดัชนี FTSE 100 สวนทางตลาดยุโรปปิดที่ 8,21 จุด เพิ่มขึ้น 24.75 จุด (+0.28%)

หุ้นในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ปรับตัวลงแรงกว่า 3.7% นำโดย Stellantis ร่วง 5.2%, BMW ลดลง 3.8%, Porsche ปิดลบ 3.3%, Ferrari ดิ่งลงหนักสุดถึง 7.9% หลังจาก Exor ขายหุ้น Ferrari ประมาณ 4% คิดเป็นมูลค่า 3 พันล้านยูโร (3.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

แรงกดดันต่อตลาดหุ้นยุโรปเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอาจใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองกับอียู โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ก็พร้อมตอบโต้อย่างเด็ดขาดและทันที ต่อมาตรการกีดกันทางการค้า

อีวาน มามาเลต นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก SG Kleinwort Hambros กล่าวว่า “คำถามคือ ทรัมป์จริงจังกับคำขู่นี้แค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเขามักใช้เป็นกลยุทธ์ในการเจรจา” พร้อมระบุอีกว่า อียูนำเข้าบริการจากสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจใช้เป็นมาตรการตอบโต้การส่งออกของยุโรปไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับ GDP ของยูโรโซน ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาจอยู่ในระดับปานกลาง

ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 2.2% หลังหุ้น SAP และ ASML ปรับตัวลง เนื่องจากผลประกอบการของ Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้าน AI ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าความคาดหมายของนักลงทุน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ระบบชำระเงินของ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งรองรับธุรกรรมมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน กำลังประสบปัญหาขัดข้อง อาจส่งผลให้การชำระเงินบางรายการล่าช้า ทั้งนี้ผลสำรวจของรอยเตอร์ ระบุว่า ECB มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงสู่ระดับ 2.5% ในสัปดาห์หน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่ลดลง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหุ้นส่วนใหญ่ใน STOXX 600 จะปิดในแดนลบ แต่กลุ่มพลังงานยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ตามทิศทางของราคาน้ำมันที่แข็งแกร่ง

Back to top button