
CGSI ชี้ทิศทาง SET เม.ย. ผันผวน แนะลงทุน “หุ้นปลอดภัย-ผลตอบแทนสูง”
CGSI เตือนนักลงทุนระวังปัจจัยลบภายใน-ต่างประเทศกดดันตลาดหุ้นไทย เม.ย. พร้อมคงเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,380 จุด แนะเลือกหุ้นปลอดภัย-ผลตอบแทนสูง
ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนเมษายน ยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นความกังวลต่อการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยของสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
โดย CGSI เปิดเผยว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 11 ของประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุดในปี 2567 โดยเกินดุลกว่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลจาก census.gov ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังสหรัฐฯ คิดเป็น 18% ของการส่งออกรวมของไทย หรือประมาณ 10.6% ของ GDP ปี 2567 โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ตามข้อมูลจาก The Observatory of Economic Complexity (OEC) จึงทำให้หากมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย ย่อมส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะต่อภาคการผลิต การบริโภคในประเทศ และกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
ด้านนโยบายการเงิน แม้ว่า ธปท. ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ CGSI คาดการณ์ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในวันที่ 30 เมษายนนี้อีกราว 25 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 1.75% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนี SET โดยเฉพาะภายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของไทยราว 0.1-0.2%
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานเตรียมจัดประชุมไตรภาคีช่วงต้นเดือนเมษายนเพื่อพิจารณาการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศ จากเดิมที่มีเพียง 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สมุย ระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ที่ใช้อัตราดังกล่าว ซึ่ง CGSI ประเมินว่ารัฐบาลน่าจะเลือกแนวทางเพิ่มจำนวนจังหวัดที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท มากกว่าการกำหนดอัตราเดียวทั่วประเทศ
ทั้งนี้ CGSI ยังคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2568 ที่ระดับ 1,380 จุด อิงอัตราส่วน P/E ที่ 14 เท่าในปี 2569 ซึ่งอยู่ในระดับ -2SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมองว่าความเสี่ยงด้านลบ (downside risk) ที่ต้องจับตาได้แก่ ความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พร้อมแนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่มีความปลอดภัยสูงและมีอัตราผลตอบแทนดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า