
ค่าไฟ 3.99 บาท ‘พีระพันธุ์’ เพ้อฝัน.!?
หลังจากการประชุม ครม. 1 เม.ย.68 ผ่านพ้นไป คงทำให้คนไทยคงรู้สึกสุขสมอารมณ์หมายกับค่าไฟงวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค.68 ที่จะลดเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย
หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 เม.ย. 2568 ผ่านพ้นไป คงทำให้คนไทยรู้สึกสุขสมอารมณ์หมายกับค่าไฟงวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 ที่จะลดเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าค่าไฟงวดปัจจุบัน 16 สตางค์ ซึ่งอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย…
แต่เอาเข้าจริง ครม.มีมติแค่รับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยให้ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าที่จะประกาศเรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 ลงเหลือไม่เกินอัตราหน่วยละ 3.99 บาทเท่านั้น…ไม่ใช่มีมติเห็นชอบราคานี้อย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจนะจิบอกให้…
โดยมีเงื่อนไขให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการ 3 เรื่อง ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน ได้แก่ 1)ให้เร่งหาแนวทางแก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Adder และ FiT เงื่อนไขที่กำหนดให้สัญญาที่มีอายุต่อเนื่องโดยมีวันสิ้นสุดสัญญา
2)ให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงาน (EP) รวมทั้งข้อตกลงอื่นในสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าภาคเอกชน (IPP) ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ทุกสัญญาที่มีเงื่อนไขที่ทำให้กฟผ.หรือรัฐเสียเปรียบ หรือมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินสมควร หรือสูงเกินกว่าความเป็นจริง
และ 3)หาแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคในข้อตกลงในสัญญารับซื้อไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ทำให้ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (SO) ไม่สามารถบริหารจัดการให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของกฟผ.ลดลงได้
ไม่เท่านั้น ครม.ยังเห็นชอบให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ศึกษาและหาแนวทางปรับโครงสร้างระบบ Pool Gas เพื่อให้ราคาก๊าซฯ ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนมีราคาต่ำลง โดยให้ดำเนินการให้ทันการประกาศค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2568 อีกด้วย
ส่วนคนที่ชงวาระนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั่นเอง
ถ้าดูแว๊บแรกเหมือนกล่องของขวัญที่ “พีระพันธุ์” มอบให้คนไทยก่อนหยุดเทศกาลสงกรานต์ แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นกล่องดำของหุ้นไฟฟ้านะเนี่ย…เพราะตั้งแต่มีเรื่องลดค่าไฟเหลือ 3.99 บาท ก็ทำให้หุ้นไฟฟ้าวงแตกกระเจิง…โดยเฉพาะหุ้นไฟฟ้าที่มีพอร์ตโรงไฟฟ้า SPP เยอะ ราคาเละเป็นโจ๊ก…
นำโดยบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ที่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ราคาทรุดไปเกือบ 5% ทำให้มาร์เก็ตแคปหายไปราว 3,524.67 ล้านบาท ฟากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ก่อนหน้านี้ราคาลงไปลึกสุดใจแล้ว โดยมีแนวรับอยู่ที่ 10 บาท
ขณะที่ หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ หรือ IPP อย่างบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ราคายังนิ่ง ๆ ไม่หือไม่อือ…ส่วนบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF อยู่ในช่วงหยุดเทรด จะกลับมาเทรดอีกครั้งในวันนี้ (3 เม.ย. 2568)
ถ้าดูจากข้อเท็จจริง…การแก้สัญญารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Adder และ FiT ที่เป็นหนึ่งใน “ตัวการหลักทำให้ค่าไฟแพง” คงไม่มีผู้ประกอบการรายใดโง่เง่า…อุ๊ย ยอมให้ฝ่ายรัฐมาทุบหม้อข้าวแก้ไขสัญญาง่าย ๆ หรอกมั้ง..??
นอกจากจะมีข้อเสนอใหม่ที่เร้าใจมาแลกเปลี่ยน
ส่วนการแก้ไขปัญหาค่าความพร้อมจ่าย (AP) ยิ่งทำได้ยากไปใหญ่…อย่าลืมว่า ตอนที่เอกชนลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หรือ IPP เค้าควักกระเป๋าตัวเอง ซึ่งเป็นเม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท โดยที่ภาครัฐไม่ได้มา Subsidize แม้แต่สตางค์แดงเดียว ซึ่งจะแตกต่างจากการลงทุนในรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) ที่ฝ่ายรัฐจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมีภาคเอกชนรับหน้าที่บริหารจัดการโครงการ…
เลยเป็นที่มาให้รัฐต้องมีค่าพร้อมจ่ายให้กับโรงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจ่ายเข้าระบบหรือไม่ ก็ต้องจ่ายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า…แล้วจู่ ๆ มาวันนี้ฝ่ายรัฐมีดำริจะแก้ไขสัญญาเพื่อกดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.99 บาท…ซึ่งรัฐก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีใครยอมหรอก…
หรือเรื่องนี้จะเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันของเจ้ากระทรวงพลังงาน…เอ๊ะ หรือไม่ก็เป็น “พีระพันธุ์การละคร” หรือเปล่า..?? อันนี้ก็ไม่รู้สินะ
ที่รู้…ถ้ายังทู่ซี้จะทำให้ได้ มีหวังต้องถึงศาลปกครองแหง ๆ..??
ระวังจะเป็นอีกหนึ่งค่าโง่ที่รัฐต้องจ่ายให้เอกชน…เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน…
…อิ อิ อิ…