“เมอร์เคิลฯ” ชี้ตลาดคริปโตฯ Q2 ผันผวน เซ่นเงินเฟ้อพุ่ง-ภาษีทรัมป์กดดัน

“เมอร์เคิล แคปปิตอล” ประเมินสินทรัพย์ดิจิทัลไตรมาส 2/68 ยังผันผวน เซ่นนโยบายเศรษฐกิจ “ทรัมป์” ขึ้นภาษี-เงินเฟ้อพุ่ง กดดันตลาดคริปโตฯทั่วโลก อย่างไรก็ดีมองจังหวะปรับฐาน Bitcoin และ Ethereum เป็นโอกาสลงทุนระยะกลาง โดยเฉพาะช่วงก่อน Bitcoin Halving ปลายเมษายนนี้ คาดช่วยดึงสภาพคล่องกลับสู่ตลาด


นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยภายในงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ สรุปภาพรวมจาก Biden สู่ Trump : เมื่อผู้นำเปลี่ยนทิศทางสินทรัพย์ดิจิทัลในไตรมาส 2/2568 จะเป็นอย่างไร? โดยระบุว่า ข้อมูลจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูงและปรับตัวลง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่เป็นสกุลเงินอันดับ 1 มูลค่าติดลบสูงสุด 20% จุดต่ำสุดบริเวณ 76,600 ดอลลาร์ นับเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

อีกทั้งมูลค่าของกลุ่ม Altcoins มีการปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Ethereum ที่เป็นสกุลเงินอันดับ 2 ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ผ่านมา 55% นับเป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 16 เดือน แสดงถึงความกังวลของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการปรับตัวลงครั้งนี้เกิดจากปัจจัยกดดัน เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง, การรับรู้ถึงโอกาสเกิดภาวะเงินเฟ้อ (Stagflation) ที่เพิ่มสู งขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์เสี่ยงยังคงถูกกดดัน

สำหรับภาพรวมสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงไตรมาส 2/2568 คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดคริปโทฯ มีโอกาสปรับตัวลง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการผ่านจุดต่ำสุดและสามารถสร้างการเติบโตในระยะกลาง โดยมีปัจจัยจากบันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 18-19 มีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวกว่าคาดการณ์เดิมในเดือนธันวาคม

ขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ (Stagflation) ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงกดดันในช่วงปลายเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามในระยะกลางถึงระยะยาว แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

อ้างอิงจาก Federalreserve.gov

นอกจากนี้หลังจาก Donald Trump ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม Trump ได้ดำเนินการและเตรียมนโยบายที่เกี่ยวกับกำแพงภาษีต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เม.ย. 2568 โดยมีการกำหนดกำแพงภาษีกว่า 185 ประเทศและประเทศไทยถูกตั้งภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ 36% ซึ่งเหตุผลดังกล่าวกดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลกและสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิดอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระยะสั้นถึงระยะกลาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดสงครามการค้าขึ้นจากการตอบโต้นโยบายการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

อีกทั้งวันที่ 20 เมษายนนี้ เป็นวันครบรอบ Bitcoin Halving ซึ่งเกิดขึ้นทุก 4 ปี ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ Bitcoin ถูกจับตามองมากกว่าคริปโทฯ อื่นในเดือนเมษายน เมื่อพิจารณาร่วมกับอัตรา Bitcoin Dominance ซึ่งสะท้อนสัดส่วนมูลค่าตลาดของ Bitcoin เทียบกับตลาดคริปโทฯ ทั้งหมด พบว่าอัตราดังกล่าวกำลังทดสอบแนวต้านที่ 62% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หากสามารถทะลุแนวต้านนี้ได้สำเร็จ อาจส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดคริปโทฯ ไหลเข้าสู่ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิงจาก Tradingview.com

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 2/2568 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และความผันผวนในตลาดการเงิน

อย่างไรก็ตามการปรับฐานของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum อาจเปิดโอกาสสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว โดย Bitcoin ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดและแนวโน้มสภาพคล่องในระบบ

โดย Merkle Capital ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผ่านงานสัมมนาและบทวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงและใช้โอกาสที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Back to top button