NDR ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 15% เน้นขยายตลาดทั้งใน-ตปท.

NDR ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 15% เน้นขยายตลาดยางรถจักรยานยนต์ทั้งใน-ตปท. – ควมคุมต้นทุนการผลิต พร้อมออกสินค้าใหม่สำหรับนักซิ่งหรือสายสปอร์ต – ทุ่มงบลงทุนราว 100 ลบ. หวังเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-วิจัยพัฒนาสินค้า


นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปีนี้จะเติบโตได้ราว 10-15% จากปีก่อนทำได้ 855 ล้านบาท จากการมุ่งเน้นขยายตลาดยางรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการเพิ่มขนาดและลายดอกยาง เพื่อให้ครอบคลุมรถรุ่นใหม่ๆ ขณะที่จะยังรักษาอัตรากำไรสุทธิ ให้ใกล้เคียงกับปีก่อน ที่อยู่ที่ 6.55% แม้ว่าราคาวัตถุดิบได้มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยประเมินราคายางปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60-90 บาท/กิโลกรัม ซึ่งบริษัทจะมีการเน้นการควบคุมต้นทุนการผลิต และอาจมีการปรับราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร

ทั้งนี้ บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ยางนอกรถจักรยานยนต์ รุ่นขอบ 12 Premium Sport Racing กับสมญานาม Devel ซึ่งมีจุดเด่นคือ เน้นสายสปอร์ต โฉบเฉี่ยวทุกองศาโค้ง เหมาะสำหรับนักซิ่ง หรือผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว โดยหลังจากทำการตลาดฯ ปรากฎว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

นอกจากนี้บริษัท อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม ในการขยายตลาดในต่างประทศเพิ่มเติม หลังจากขยายไปยังมาเลเซียและอินเดียแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปความชัดเจนได้ในขณะนี้ โดยคาดสัดส่วนรายได้จากในประเทศและต่างประเทศปีนี้ยังวางไว้ที่ 50:50 ซึ่งจะเน้นการทำตลาดในประเทศอินเดียเป็นหลัก เนื่องจากมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

สำหรับโครงการการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อผลิตยางเรเดียลรถบรรทุกและรถยนต์ บริษัทฯได้หยุดการดำเนินการดังกล่าวไปก่อน ตามที่เคยแจ้งข้อมูลผ่านตลาดไปแล้ว เนื่องจากไม่สามารถตกลงเงื่อนไขกับทางบริษัทจากประเทศจีนที่จะมาร่วมทุนได้ โดยบริษัทยังคงมองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง ในการขยายธุรกิจไปยังการผลิตยางรถบรรทุก ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะดำเนินการแจ้งให้ทราบต่อไป

ขณะที่งบลงทุนของปีนี้บริษัทวางไว้ที่ 50-100 ล้านบาท เพื่อให้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการวิจัยพัฒนาสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด

“ปีนี้เรายังคงมุ่งเน้นการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลาดในประเทศจะเน้นการขยายฐานทั้งตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภค ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะเน้นที่ประเทศอินเดีย ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และขยายไปยังประเทศใหม่ๆเพิ่มเติมอีก”

Back to top button