STA นำทีมวิ่งต่อ 16% รับตลาด EUDR-ราคายางพุ่ง

4 หุ้นกลุ่มยาง STA-TEGH-TRUBB-NER บวกคึก! รับตลาด EUDR ยุโรปดึงราคายางสูงขึ้น พ่วงยอดส่งออกถุงมือยางไปสหรัฐโต โบรกฯ ชู STA เด่นสุด แนะนำ “Trading Buy” อัพราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 20.40 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.67) ราคาหุ้นกลุ่มยาง ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตอบรับตอบรับราคายางปรับตัวสูงขึ้นจากมาตรฐาน EUDR เมื่อเวลา 11:08 น. นำโดย บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA อยู่ที่ระดับ 22.90 บาท บวก 3.10 บาท หรือ 15.66% สูงสุดที่ระดับ 23.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 20.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,351.95 ล้านบาท

บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH อยู่ที่ระดับ 3.24 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 8.72% สูงสุดที่ระดับ 3.28 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.04 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46.30 ล้านบาท

บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB อยู่ที่ระดับ 1.47 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 7.30% สูงสุดที่ระดับ 1.51 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.41 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104.68 ล้านบาท

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER อยู่ที่ระดับ 6.05  บาท บวก 0.10 บาท หรือ 1.68% สูงสุดที่ระดับ 6.10 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79.73 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองบวกจากประชุมนักวิเคราะห์ และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “Trading Buy” หุ้น STA พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 67 มาที่ 20.40 บาท และราคาเป้าหมายปี 68 ขึ้นมาอยู่ที่ 23.40 บาท โดยฝ่ายวิเคราะห์ชอบความโดดเด่นในการเข้าหาตลาดยาง EUDR ที่ไทยมีศักยภาพของวัตถุดิบยาง EUDR ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตยางที่มีระบบข้อมูลเป็นที่ยอมรับของผู้ผลิตยางล้อยุโรปที่เป็นลูกค้าเดิมของบริษัทฯ อยู่แล้ว

โดยราคายาง EUDR จะสูงกว่าราคายางธรรมดาราว 14% และบริษัทฯ ตั้งเป้าสัดส่วนขายยาง EUDR ราว 10% ของปริมาณขายในเดือน ก.ค.67 และเพิ่มเป็น 50% ในเดือน ธ.ค.67 ทำให้แนวโน้มการเติบโตมาร์จิ้นและกำไรสุทธิฟื้นตัวโดดเด่นในปี 67 นับว่า STA เป็นหุ้นที่เด่นในกลุ่มเกษตร

ขณะที่บริษัทฯ ประเมินว่าสหภาพยุโรป (EU) จะต้องการยางมาตรฐาน EUDR ปีละ 4 ล้านตัน ซึ่งยางของไทยที่ผลิตได้ปีละ 4-5 ล้านตันมีศักยภาพเข้ามาตรฐาน EUDR และโดดเด่นกว่าประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย และ ไอเวอรี่โคส ซึ่งสามารถผลิตยาง EUDR ได้รวม 1 ล้านตัน

สำหรับแนวโน้มราคายาง EUDR ยังสูงกว่ายางแท่ง SICOM โดยราคายาง EUDR กำหนดแบบ cost plus ปัจจุบันอยู่ที่ 2.05 เหรียญสหรัฐ/กก. ขณะที่ยางแท่ง SICOM อยู่ที่ 1.80 เหรียญสหรัฐ/กก. โดยบริษัทฯ มองว่ายาง EUDR จะให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ราว 15% ขณะที่ยางธรรมดาจะมีอัตรากำไรขั้นต้นราว 8-10%

นอกจากนี้ แนวโน้มราคายางจะเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 1/67 ราคายางอยู่ที่ 1.57 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อนหน้า ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาที่ 1.80 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการเร่งสต๊อกยางของลูกค้ายุโรปและสหรัฐ ขณะที่จีนยังมีกำลังซื้อไม่มาก ปัจจุบัน ในจีนคาดการณ์ว่าจะมีสต๊อกยางราว 6 แสนตัน (เท่ากับการใช้ 1.5 เดือน) ดังนั้น แนวโน้มราคายางอาจเพิ่มขึ้นต่อเมื่อจีนกลับมาซื้อยางอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิ.ย.เป็นต้นไป ผลผลิตยางจะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นรองรับความต้องการที่เริ่มเพิ่มขึ้น

ขณะที่ผลผลิตยางไทยปี 67 คาดการณ์จะเพิ่มขึ้นจากปี 66 จำนวน 4.5 ล้านตัน สังเกตจากปีนี้เริ่มเปิดกรีดยางปลายเดือน พ.ค. เร็วกว่าปี 66 ที่เปิดเดือน ก.ค. ส่วนความกังวลผลกระทบลานีญา พร้อมแนะนำรอติดตามสถานการณ์ปลายปี 67 หากฝนตกพอดีผลผลิตปีนี้จะดีตามคาด แต่หากฝนตกมากเกินไปจะเป็นอุปสรรคของการกรีดจะทำให้ผลผลิตยางปลายปีลดลง

โดยบริษัทฯ มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต จาก 3.62 ล้านตันในปี 66 เป็น 3.67 ล้านตัน/4.14 ล้านตัน ในปี 67-68 และไตรมาส 1/67 และคาดปี 67 จะมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 57% แผนการสร้างโรงงานในปี 67 ประกอบด้วยไทย 2 โรงงาน ไอเวอรี่โคส 1 โรงงาน เมียนมา 1 โรงงาน กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นรวม 2.3 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 7%

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณขาย 1.5 ล้านตันในปี 67 เพิ่มจาก 1.3 ล้านตันในปี 66 และเน้นการขายยาง EUDR เพิ่ม โดยส่งยาง EUDR ครั้งแรกในไตรมาส 2/67 ปริมาณราว 1.5 หมื่นตัน หรือ 5% ของปริมาณขายในไตรมาส 2/67 ก่อนจะเพิ่มเป็น 12% ในไตรมาส 3/67 และ 50% ในเดือนธ.ค.67 ปัจจุบัน STA มีระบบ ERP และระบบการซื้อแบบ paperless กำลังบันทึกโปรไฟล์เกษตรกรเข้าระบบ ส่วนราคาขายยางคาดการณ์จะเพิ่มขึ้นทั้งในไตรมาส 2/67 และไตรมาส 3/67

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขการสิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ระบบ GSP ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.67 มีมูลค่ารวม 480.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 56.92% โดยมีการใช้สิทธิฯ ส่งออกไปยังสหรัฐสูงสุด 444.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 62.17% โดยมีสินค้า “ถุงมือยาง” เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุด ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 30%

Back to top button