
CENTEL ดีด 10% รับงบปี 67 กำไรโต 40% แตะ 1.75 พันล้าน เคาะปันผล 0.59 บ.
CENTEL ดีด 10% ขานรับงบปี 67 กำไรโต 40.45% แตะ 1.75 พันล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรม-อาหารเติบโตต่อเนื่อง บอร์ดเคาะปันผล 0.59 บ. ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 พ.ค. 68 กำหนดจ่าย 20 พ.ค. 68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ก.พ. 68) ราคาหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ณ เวลา 10:13 น. อยู่ที่ระดับ 31.00 บาท บวก 31.00 บาท หรือ 9.73% สูงสุดที่ระดับ 31.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 77.28 ล้านบาท
บริษัทรายงานผลการดำเนินงานปี 2567 กำไรสุทธิ 1,752.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,248.10 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีรายได้รวม 24,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,692 ล้านบาท หรือ 8% จากช่วงปี 2567 อยู่ที่ 22,547 ล้านบาท โดยสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจโรงแรมต่อรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 46% : 54% (ปี 2566: 44% : 56%)
ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 13,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,006 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 57% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน (ปี 2566: 56%)
บริษัทฯ มีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 6,444 ล้านบาท (ปี 2566: 5,535 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 909 ล้านบาท หรือ 16% จากปีก่อน โดยคิดเป็นอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้รวมที่ 27% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ปี 2566: 25%) ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรับรู้กำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในกิจการร่วมค้าที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) จำนวน 3,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 675 ล้านบาท หรือเติบโต 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน (ปี 2566: 1,248 ล้านบาท)
สำหรับปี 2567 บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินกู้ยืมสกุลเงินต่างประเทศ จำนวน 121 ล้านบาท (ปี 2566: 80 ล้านบาท) และมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time items) ซึ่งประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายก่อนการเปิดดำเนินงาน (pre-opening expenses) ของโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ทั้ง 2 แห่ง จำนวน 63 ล้านบาท, การกลับรายการด้อยค่าของสินทรัพย์สุทธิภาษีเงินได้รอตัดบัญชีและค่าเสื่อมราคา จำนวน 17 ล้านบาท,การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าในค่าความนิยมของแบรนด์บราวน์ คาเฟ่ จำนวน 21 ล้านบาท, ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ จำนวน 106 ล้านบาท และการตั้งประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นตามกฎหมายแรงงาน หักลบกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชี จำนวน 39 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.59 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 2 พ.ค. 2568 ส่วนกำหนดวันให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผล ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ โดยกำไรหลักไตรมาส 4/2567 สูงกว่าประมาณการของและตลาดถึง 81% และ 62% ตามลำดับ จากอัตรากำไรที่สูงกว่าคาดและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่แข็งแกร่ง (1) รายได้โรงแรมเติบโต 11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และ 25% จากไตรมาสก่อน เป็น 3 พันล้านบาท จาก RevPAR ที่เพิ่มขึ้น 4% เป็น 4,306 บาทต่อคืน จากอัตราค่าห้องที่สูงขึ้น
(2) รายได้อาหารอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากงวดเดียวเดียวของปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน โดยมี SSSG ทรงตัว (3) EBITDA หลักของกลุ่มเติบโต 24% จากงวดเดียวของปีก่อน เป็น 1.8 พันล้านบาท โดย EBITDA margin ปรับตัวดีขึ้นเป็น 28.7% นำโดยความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นในโรงแรม (37% เพิ่มจาก 34% ในไตรมาส 4/2566) และธุรกิจอาหาร (21.1% เพิ่มจาก 16.3% ในไตรมาส 4/2566)
CENTEL บันทึกค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการสำหรับโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์เพียง 52 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 และ 62 ล้านบาทสำหรับปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 100 ล้านบาท (4) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 121 ล้านบาท เทียบกับช่วงปกติที่ 9-30 ล้านบาทต่อไตรมาส ส่งผลให้กำไรหลักทั้งปี 2567 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (+55% จากงวดเดียวของปีก่อน)
โดยเนื่องจากผลประกอบการปี2567 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เราจะทบทวนประมาณการหลังจากได้รับข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในวันนี้ (26/02/2025) แต่คาดว่าไตรมาส 1/2568 จะเป็นความท้าทายสำหรับการเติบโตจากงวดเดียวของปีก่อน ของ CENTEL เนื่องจากฐานกำไรที่สูงถึง 750 ล้านบาทในไตรมาส 1/2567 ประกอบกับค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการเพิ่มเติมประมาณ 40-50 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 และคาดการณ์ผลขาดทุน 4-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการดำเนินงานในมัลดีฟส์ในปี 2025 เนื่องจากการเลื่อนเปิดโรงแรมและต้นทุนเริ่มต้นสำหรับโรงแรมใหม่
อย่างไรก็ตาม การเปิดโรงแรมอีกครั้งในพัทยาและภูเก็ต ร่วมกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่น ควรช่วยชดเชยผลกระทบเหล่านี้ และอาจสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี2568
ทั้งนี้ จากการประเมินของเรา การเปลี่ยนแปลงของ EBITDA margin 1% ส่งผลต่อประมาณการกำไร 10% สำหรับปัจจุบัน CENTEL ซื้อขายที่เพียง 23 เท่า ปี 2568 P/E เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 38 เท่า ขณะที่คาดว่า ปี 2568 จะเป็นปีที่ผลประกอบการของ CENTEL กลับไปสู่ระดับก่อนโควิดได้