
CFARM แรลลี่ 3 วันพุ่ง 49% ลุ้นกำไรปีนี้ทะลุ 30 ล้าน ลุยฟาร์มวัวนมล็อตแรก 1,250 ตัว
CFARM แรลลี่ 3 วันพุ่ง 49% ลุ้นกำไรปีนี้ทะลุ 30 ล้านบาท ลุยฟาร์มวัวนมล็อตแรก 1,250 ตัว เนื้อที่ 300 ไร่ กำหนดรีดนมไตรมาส 1/69 คาดปีแรกโกยรายได้ 600 ล้านบาท และบุ๊กกำไร 6 เท่าของธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 มี.ค.67) บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ณ เวลา 14:50 น. อยู่ที่ระดับ 0.88 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 10.00% สูงสุดที่ระดับ 0.93 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.84 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16.58 ล้านบาท ราคาหุ้นบวก 3 วันติด โดยนับจากหุ้นปิดที่ระดับ 0.59 บาท เมื่อวันที่ 21 มี.ค.67 จนถึงล่าสุดวันนี้อยู่ที่ระดับ 0.88 บาท หรือเพิ่มขึ้น 49.15%
โดยก่อนหน้านี้นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ CFARM เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 จะกลับสู่ระดับปกติสูงกว่าปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 10.14 ล้านบาท และสูงกว่าปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 30.49 ล้านบาท ซึ่งอยู่บนพื้นฐานธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อระบบคอนแทรคฟาร์ม (Contract Farming) จะมีรอบการเลี้ยงปกติ อัตราการรอด และน้ำหนักเฉลี่ยที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ปี 2567 เป็นปีที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเข้ามาค่อนข้างมาก ทำให้กดดันกำไรลดเหลือ 10.14 ล้านบาท
“หากไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2567 ผลการดำเนินงานปี 2567 มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สูงประมาณ 60 ล้านบาท ภายใต้ 3 รอบการเลี้ยงรวม 1.3 ล้านตัว กำลังผลิต 15.88 ล้านตัวต่อปี ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า แต่อัตราการเลี้ยงรอดดีขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 95.6% และไก่มีน้ำหนักเฉลี่ย 2.8 กิโลกรัมต่อตัว ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรม และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่คงที่ เนื่องจากระบบการเลี้ยงแบบอัตโนมัติเกือบ 100%” นางสาวมธุชา กล่าว
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2567 บริษัทมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นและมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง 29% จากปี 2566 บวกกับมีฐานทุนจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ประมาณ 170 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการขาย IPO ไปลงทุนในโครงการฟาร์มวัวนมและชะลอแผนการขยายฟาร์มไก่เนื้อ เนื่องจากไม่มีคู่สัญญาใหม่ และการปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไก่ได้ดำเนินการตามแผนงานเรียบร้อยแล้ว
สำหรับโครงการฟาร์มวัวนม จะลงทุนในพื้นที่ 300 ไร่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในไตรมาส 1/2568 มีการปรับหน้าดินเสร็จแล้ว และดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนแบบปิดควบคุมอุณหภูมิ เพื่อลดปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน และเพื่อประสิทธิภาพของอัตราการให้นมต่อวัน ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรุปการนำเข้าสายพันธุ์วัว, อุปกรณ์เลี้ยงวัว รีดนมวัว และอื่น ๆ ซึ่งกำหนดในไตรมาส 1/2569 ผลิตน้ำนมดิบเริ่มต้นล็อตแรก 1,250 ตัว เพื่อส่งให้กับคู่ค้าทันที ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งซื้อ (Order) รองรับแล้ว
ทั้งนี้ ธุรกิจฟาร์มวัวนม คาดว่าจะมีรายได้ปีแรกอยู่ที่ 600 ล้านบาท 2 เท่าธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อ และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6 เท่า และ EBITDA เพิ่มขึ้น 3 เท่า ส่วนธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อคาดรายได้ไว้ที่ 294.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 31.6 ล้านบาท มี EBITDA 92.6 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้รายได้ของฟาร์มวัวนมจะเป็นรายได้รายวัน ต่างจากรายได้ธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อที่รับรู้เป็นรอบการเลี้ยง ประมาณ 70-75 วันต่อรอบการเลี้ยง เชื่อว่าจะสามารถช่วยเพิ่มรายได้มากขึ้น
“การลงทุนโครงการฟาร์มวัวนม บริษัทได้มีการศึกษาและพิจารณาแล้วว่าสร้างผลตอบแทนได้ดี และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งในปีแรกธุรกิจโคนมจะสร้างฐานรายได้ 2 เท่าของรายได้ธุรกิจฟาร์มไก่ ส่วนกรณีงดจ่ายปันผล เนื่องจากต้องการนำกำไรสุทธิไปลงทุนในโครงการฟาร์มวัวนม คาดว่าจะสร้างกำไรได้เร็วและกลับมาจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นโดยเร็ว ในอัตราไม่ต่ำกว่า 40%”