MTC บวก 3% ลุ้นกำไรปี 68 เฉียด 7 พันล้าน ชูเป้า 50 บาท

MTC วิ่ง 3% โบรกมองกำไรปี 68 โต 12% จากปีก่อนแตะ 6.59 พันล้านบาท พร้อมชูเป้าสูง 50 บาท รับแผนขยายสาขาและฐานลูกค้าเพิ่ม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 เม.ย.68) ราคาหุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ณ เวลา 10:03 น. อยู่ที่ระดับ 39.75 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 3.25% สูงสุดที่ระดับ 39.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 38.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28 ล้านบาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจของ MTC ว่า แนวโน้มยอดขายของบริษัททั้งในและต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ 10-15% พร้อมควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2.70% ควบคู่ไปกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม

ทั้งนี้ แม้แนวโน้มอัตรากำไรจากดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อาจชะลอตัวเล็กน้อยจากการรับรู้ต้นทุนทางการเงินของหุ้นกู้ชุดใหม่ตลอดปี แต่แรงกดดันจากต้นทุนดังกล่าวมีแนวโน้มผ่อนคลายในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เนื่องจากบริษัทมีแผนการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิมที่ต้นทุนสูง

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2568 คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มต้นทุนทางการเงิน (CoF) ที่ลดลง แม้ว่าสินเชื่อจะชะลอตัวตามฤดูกาลและผลจากการให้สินเชื่อ top-up ในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อภาระหนี้ครัวเรือนและอาจกระทบต่อคุณภาพหนี้ จนมีความเสี่ยงที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเหนือระดับเป้าหมายที่ไม่เกิน 3%

ASL ประเมินกำไรสุทธิของ MTC ปี 2568 อยู่ที่ 6.59 พันล้านบาท เติบโต 12% จากปีก่อน และปี 2569 อยู่ที่ 7.76 พันล้านบาท เติบโต 18% จากปีก่อนหน้า พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 50 บาทต่อหุ้น โดยอิงค่าประเมิน PBV ที่ 2.45 เท่า ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม SET Financials ที่ 1.20 เท่า แต่ ASL มองว่าเหมาะสม เนื่องจาก MTC มีศักยภาพการเติบโตเหนืออุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ การขยายสาขา (คาด +185 สาขา) และการขยายฐานลูกค้า ขณะที่สามารถควบคุมคุณภาพลูกหนี้ได้ดี

ด้านภาพรวมเชิงบวกอื่น ๆ ได้แก่ อันดับ ESG Rating ที่ระดับ AA ส่งผลให้ MTC เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเกณฑ์กองทุน LTF ไปสู่ ThaiESG X อีกทั้งนโยบายเศรษฐกิจที่สนับสนุนกำลังซื้อฐานราก และแนวโน้มการลดดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปี ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนในเชิงเซนติเมนต์

ส่วนระดับราคาทางเทคนิค แนะจับตาแนวรับที่ 38.00/36.50 บาท และแนวต้านที่ 39.25/40.75-41.00 บาท

Back to top button