‘อินเดีย’ ชะลอลดดอกเบี้ย.!?

หลังจาก “เงินรูปี” อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนเกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจอินเดียที่ใหญ่เป็นอันดับ 3


หลังจาก “เงินรูปี” อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนเกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจอินเดียที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชียจะเติบโตช้าลงก็ตาม ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของอินเดีย อาจมีอันต้องเลื่อนออกไป

โดยสกุลเงินรูปีที่อ่อนค่าลง อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการนำเข้าที่มีต้นทุนแพงขึ้น ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้กระแสเงินทุนที่ชะลอตัวอยู่แล้วซบเซามากยิ่งขึ้น

ผลสำรวจของรอยเตอร์โพลช่วงเดือนพ.ย. 67 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ประเมินว่า อินเดียจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วสุดช่วงเดือนก.พ. 68 แต่ทว่าการที่เงินรูปีอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ทำให้บรรดานักวิเคราะห์หลายคนเริ่มเปลี่ยน มุมมองไป

คณะกรรมการนโยบายการเงินอินเดีย ผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ย จะประชุมกันอีกครั้งวันที่ 5-7 ก.พ. 68

ที่ผ่านมา “เงินรูปี” อ่อนค่าลงกว่า 3% เมื่อเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันช่วงเวลาเพียง 2 เดือนนับ ตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะการเลือกตั้ง แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบเสถียรภาพและความผันผวนค่อนข้างน้อย ช่วงเกือบ 2 ปีก่อน

Standard Chartered Bank ระบุว่า ได้เลื่อนคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ออกไปเป็นเดือนเม.ย.-มิ.ย. 68 จากเดิมคือเดือนก.พ.-เม.ย. 68 จากการประมาณการของธนาคารกลางอินเดีย เงินรูปีที่อ่อนค่าลง 5% อาจผลัก ดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 0.35%

Rahul Bajoria หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อินเดียแบงก์ออฟอเมริกา ระบุว่า เมื่อการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ครั้งแรกภายใต้ผู้ว่าการคนใหม่ ซานเจย์ มาลโฮตรา (Sanjay Malhotra) ใกล้เข้ามา มีความสงสัยบางอย่างมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นต่อภาวะเงินเฟ้อจากแรงกดดันของสกุลเงิน

อย่างไรก็ตามดีมานด์พื้นฐานที่ลดลง จะป้องกันไม่ให้ค่าเงินรูปีอินเดียที่อ่อนค่าลงส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากอำนาจในการกำหนดราคาผู้บริโภคยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง

“แต่แรงกดดันด้านสกุลเงิน มีความสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงิน โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินในการประชุมเดือนก.พ. ยังเดินหน้าเพื่อเตรียมการลดดอกเบี้ย แต่ค่าเงินรูปีที่อ่อนค่ากำลังสร้างความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน”

ผลพวงความผันผวนของเงินรูปี ได้รับแรงกระตุ้นจากการขายหุ้นและตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมีการถอนเงินออกจากหุ้นและพันธบัตรในอินเดียกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มีเงินไหลออกเกือบ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐช่วงไตรมาสก่อน ถือเป็นการพลิกกลับอย่างสมบูรณ์จากการซื้อมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนม.ค.-ก.ย. 67

สถานการณ์ “เงินรูปี” อ่อนค่าลงแม้จะมีการแทรกแซงจากธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อย่างมาก โดยพบว่าทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศลดลงประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.มาอยู่ที่ 634,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วงต้นเดือนม.ค. 68 ที่ผ่านมา

ดังนั้นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจทำให้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของอินเดียและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 2 ทศวรรษเลยก็เป็นได้..!!!

Back to top button