La Nina กับเกษตรกรไทย

นักวิชาการด้านภูมิอากาศโลกออกมาคาดเดาว่า การที่มหาสมุทรแปซิฟิกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีอุณหภูมิปกติไม่ส่อเค้าว่าจะมีปรากฏการณ์เอลนีโญหรือลานีญา


นักวิชาการด้านภูมิอากาศโลกออกมาคาดเดาว่า การที่มหาสมุทรแปซิฟิกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีอุณหภูมิปกติไม่ส่อเค้าว่าจะมีปรากฏการณ์เอลนีโญหรือลานีญาทำให้การคาดเดาอนาคตของปีนี้น่าจะยากขึ้นกว่าปกติ

when making our long-range forecast แต่คาดหมายกันว่าในระยะยาวเอลนีโญหรือความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นในชายฝั่งอเมริกา ส่วนลานีญาน่าจะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งที่ทวีปเอเชียซึ่งหมายความว่าฝนจะตกชุกกว่าปกติในเขตเอเชียใต้รวมทั้งไทยด้วย

ปรากฏการณ์ที่ฝนตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้เรียกกันว่าฝนชะช่อมะม่วง ช่วยยืนยันอีกครั้งว่าลานีญา ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง  ซึ่งเป็นทั้งข่าวดีและร้ายพร้อมกันไป กล่าวคือ

ในด้านดีคือ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาลและช่วยแก้ปัญหา PM2.5 และผลผลิตทางการเกษตรจะดีตามไปด้วย

ส่วนข่าวร้ายคืออาจจะเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ ทำให้รัฐบาลต้องเยียวยากันบ่อยครั้ง ข้อที่น่าสังเกตคือ ในการเยียวยาของรัฐบาลนั้นจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นถ้าหากไม่มีการคอร์รัปชันที่เลวร้ายมากเกินไปแบบที่รัฐบาลโซโมซ่าของนิคารากัวเคยคอร์รัปชันเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศที่มอบให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของตนในปี 1984

ในเรื่องนี้รัฐบาลแพทองธารน่าจะรับมือได้ดีเพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีความเลวร้ายจากการเยียวยาผู้ประสบภัยจนถึงกับทำให้รัฐบาลล่มสลาย

สำหรับเกษตรกรไทย หากเกิดลานีญาขึ้นจริง ๆ คงจะได้รับผลเชิงบวกมากกว่าเชิงลบยกเว้นในพื้นที่น้ำท่วม และหากเกิดกรณีผลผลิตล้นเกินความต้องการของตลาดก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาแทรกแซงราคา

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของลานีญาจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของเกษตรกรไทยตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งเลี่ยงไม่พ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับมือกับมัน

วิษณุ โชลิตกุล

Back to top button