
เด้งแล้วอย่าลง
ดูเหมือนความวุ่นวายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้บริษัทห้างร้านต่าง ๆ เริ่มออกมาให้ความมั่นใจเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารแต่ละแห่งเพิ่มขึ้น
ดูเหมือนความวุ่นวายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้บริษัทห้างร้านต่าง ๆ เริ่มออกมาให้ความมั่นใจเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารแต่ละแห่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้คนทั่วไปมีความเชื่อมั่นมากขึ้นแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องดีในการฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และเชื่อว่า ต่อจากนี้จะเริ่มเห็นเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นเป็นระลอกนะคะ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนหวนกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้ง จนดันดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,168.02 จุด บวกไป 9.93 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.63 หมื่นล้านบาท พร้อมกับจุดประกายความหวังที่จะได้เห็นดัชนีกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,200 จุดได้ในเร็ววันแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนมีความสุขแน่นอน แต่จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับเทรดวอร์จะออกมาจัดเต็มขนาดไหนพะย่ะค่ะ
โดยเฉพาะในรายของ SCB ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวท็อปหุ้นแบงก์ และเป็นหุ้นที่อีฉันชื่นชอบสุด ๆ แต่เมื่อดูจากแพทเทิร์นการเคลื่อนตัวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่า ราคาหุ้นเกาะบริเวณ 125 บาทเป็นส่วนใหญ่ อีฉันถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ระดับ 124 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 628 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้ไปต่อเยอะขนาดไหมพะย่ะค่ะ
เช่นเดียวกับในรายของ TOP เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 25.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 4.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 395 ล้านบาท เป็นใครก็ต้องพูดไปในทางเดียวกันว่า เหมาะต่อการไหลตามน้ำ! เพราะราคาที่เห็น ณ ตอนนี้ เป็นจังหวะที่หุ้นเพิ่งผงกหัวจากฐาน และเมื่อเทียบกับยอดครั้งก่อนที่ทำไว้บริเวณ 27.50 บาท รวมทั้งราคาเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ให้ไว้เกิน 30 บาท ก็เป็นจังหวะของผู้กล้าอย่างแท้จริงค่ะ
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงหุ้น MTC ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเป็นหุ้นที่อีฉันพูดถึงบ่อยมากในช่วงที่ผ่านมา และยังแสดงความคิดเห็นว่า หุ้นตัวนี้น่าลงทุน! ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และยังเป็นตัวท็อปในกลุ่มลีสซิ่ง แต่ราคาหุ้นกลับอ่อนตัวลงลูกเดียว จนวานนี้หุ้นเด้งครั้งแรก พร้อมกับยืนปิดที่ระดับ 38.50 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 5.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 400 ล้านบาท เลยเชื่อว่า หุ้นจะขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็เท่านั้นเอง!
ส่วนรายที่มาเหนือเมฆอย่าง MCOT ก็กลายเป็นหุ้นร้อนที่เข้ามาพัวพันกับคาสิโนแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นดาบสองคมที่หัวเรือใหญ่ต้องออกมาชี้แจงกับสังคมด้วยตัวเอง เพราะวันนี้มีทั้งกระแสที่ “เห็นด้วย” กับ “ไม่เห็นด้วย” การเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ จึงมีความเสี่ยงเต็มประตูหน้าต่างอย่างแน่นอน เพราะการบวกต่อเนื่อง 3 วันติด ก่อนจะปิดไปที่ระดับ4.42 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 241 ล้านบาท มาจากเรื่องดังกล่าวน่ะซี
เมาท์ถึงเรื่องร้อนขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น BCP เพื่อชี้ให้เห็นข่าวเม้าท์เรื่องเอาตัวไปผูกติดกับทุนการเมืองกันสักหน่อย เพราะวันนี้สังคมเขาเริ่มรู้แล้วว่า ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังดีลดังกล่าว? รวมทั้งตัวละครต่าง ๆ เริ่มเปิดหน้าให้เห็นมากขึ้นหลังจากโยนหุ้นให้กันแบบนี้..ขั้นถัดไปเป็นการดันหุ้นสุดซอยแน่นอน อีฉันเลยมองว่า การยืนปิดที่ระดับ38.25 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 936 ล้านบาท น่าตามไปดูไงล่ะคะ
ไหน ๆ ก็เมาท์ถึงทุนการเมืองขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอข้ามฟากไปดูทุนการเมืองเขมรต่ออีกนิดหนึ่ง เพราะการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน FSX เป็นจำนวน 9.99% ของ B.I.C (CAMBODIA) BANK PLC มันก็สื่อให้เห็นโต้ง ๆ ว่า ทุนกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และสิ่งที่กลุ่มนี้จะทำต่อคงเป็นเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่น่าจะรู้เรื่องดีสุดในดีลดังกล่าวก็หนีไม่พ้น สทร. อีกกระมัง!..อิอิอิ
โมนิก้า: และทีมงาน