
รัฐบาลเป็ดง่อย
เดิมที “โมนิก้า” ก็อยากให้เวลารัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” เพื่อทำเรื่องต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายที่ประกาศไว้ แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เดี๊ยนรู้สึกสมเพชรัฐบาลชุดนี้ก็คือ การยัดใส้วาระเร่งด่วนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
เดิมที “โมนิก้า” ก็อยากให้เวลารัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” เพื่อทำเรื่องต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายที่ประกาศไว้ แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เดี๊ยนรู้สึกสมเพชรัฐบาลชุดนี้ก็คือ การยัดไส้วาระเร่งด่วนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ทั้งที่มีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำก่อนมากมายแบบนี้ มันทำให้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้มองข้ามสถานการณ์ภัยพิบัติ และมองข้ามเรื่องการฟื้นท่องเที่ยวนะจะบอกให้
สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยเช่นนั้น เพราะผู้คนมากมายเขาก่นด่าเกี่ยวกับ “ซ่อม สร้าง” กันอย่างอื้ออึง และยังมีการรายงานข่าวออกมาเป็นระยะว่า ตึกของราชการเกิดเสียงลั่น ขณะที่บริษัทเอกชนให้พนักงาน “Work from Home” เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นแบบนี้ อีฉันขอถามรัฐบาลว่า มีแนวทางฟื้นเชื่อมั่นในส่วนนี้อย่างไร? เพราะสิ่งที่ผู้คนทั้งประเทศเห็นในช่วงวิกฤติ หล่อนก็ทำได้แค่อ่านตามโพยเท่านั้นเองค่ะ
ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ และเป็นช่วงโกยเงินของห้างร้านต่าง ๆ แต่กลายเป็นว่า รัฐบาลไม่คิดจะทำหอกอะไรเลย? อีฉันเลยไม่แปลกใจที่ผู้คนห่อเหี่ยวกันเป็นแถว ขณะเดียวกันยังมีเรื่องเทรดวอร์ค้ำคออยู่แบบนี้ ตลาดหุ้นไทยเลยทำได้แค่การยืนปิดที่ระดับ 1,172.69 จุด บวกไป 4.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24.95 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นบรรยากาศซบเซาที่กินเวลายาวนานแบบนี้..มันไม่ดีกับทุกฝ่ายเลยนะคุณพี่
ในเมื่อภาพรวมออกมาในโทนที่เป็นปัญหา “โมนิก้า” จึงอยากหันไปดูหุ้น AOT เพื่อเป็นตัวชี้วัดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวยังสดใสไหม? และสิ่งที่เห็นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาคือ หุ้นตัวนี้ไต่เพดานขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะที่วานนี้หุ้นยืนอยู่ที่ระดับ 39.25 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.95% ด้วยมูลค่การซื้อขาย 946 ล้านบาท เหมือนชี้ให้เห็นว่า ณ เวลานี้คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว..ส่วนไตรมาส 2 ค่อยว่ากันใหม่กระมัง!
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น OR ที่โดนสาดทิ้งเป็นปี จนราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มันคือสัญญาณที่บอกให้นักลงทุนได้รู้ว่า บริษัทกลับเข้าสู่ลู่ทางการทำกำไรอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง และการที่หุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 12.30 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 487 ล้านบาท ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย..แต่มีข้อแม้ว่า ธุรกิจนอนออยล์ต้องช่วยหนุนกำไร ไม่เช่นนั้นจะซ้ำรอยเหมือนปีก่อนนะจ๊ะ
ส่วนรายที่ยังแรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่อย่างหุ้น MCOT ก็ไม่มีอะไรที่ต้องอ้อมแอ้มอีกต่อไป เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 4.86 บาท บวกไป 0.44 บาท หรือขึ้นไป 9.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 289 ล้านบาท มันมาจากเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เพียว ๆ “โมนิก้า” จึงไม่ต้องเม้าท์อะไรมากมาย เพราะคนในประเทศพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุนการเมืองล็อกสเปกไว้ตั้งแต่ไก่โห่..แล้วประเทศไทยจะเปลี่ยนได้อย่างไร ก็เล่นทำกันเสียอย่างนี้เจ้าค่ะ
สำหรับรายที่หมดสภาพ และจบแล้วทุกอย่าง ทุกคนลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ITD เพราะเป็นบริษัทที่มีประเด็นให้สังคมกังขาเกี่ยวกับการรับงานก่อสร้างเป็นประจำ ขณะเดียวกันจะเห็นว่า บริษัทแบกหนี้หลังแอ่นมาเป็นเวลานาน คนส่วนใหญ่เลยเชื่อไปในทางเดียวกันว่า บริษัทล้มอย่างแน่นอน..ส่วนจะล้มท่าไหน? ยังเป็นเรื่องที่ต้องตามดูกันต่อไป เพราะบรรดาเจ้าหนี้คงไม่ยอมให้ล้มบนฟูกง่าย ๆ นะจ๊ะ
ตบท้ายกันที่เรื่องลดค่าไฟ รอบเดือน พ.ค.-ส.ค. 68 ลงเหลือ 3.99 บาทกันดีกว่า เพราะสิ่งที่ “พีระพัง” นำเสนอ ครม. มันเป็นเพียงแนวทางที่จะทำ แต่ยังไม่มีวิธีในทางปฏิบัติแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นแค่การสร้างภาพเพื่อให้ตัวเองมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐมนตรีรายนี้เลิกทำตัวไร้เดียงสาเสียที เพราะคนในวงการเขารู้ทันกันหมดแล้ว (สัญญาซื้อขายไฟมันแก้ง่ายเหรอ เดี๋ยวก็โดนเขาฟ้องตายหรอก)..ทราบแล้ว ช่วยบอกต่อด้วยนะคะ
โมนิก้า: และทีมงาน