
พาราสาวะถี
ผ่านพ้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวเขย่า กทม.เกือบครบ 1 สัปดาห์ ผู้คนยังคงใจจดใจจ่อ ภาวนาขอให้พบผู้รอดชีวิตจากตึก สตง.แห่งใหม่ถล่มย่านจตุจักร
ผ่านพ้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวเขย่า กทม.เกือบครบ 1 สัปดาห์ ผู้คนยังคงใจจดใจจ่อ ภาวนาขอให้พบผู้รอดชีวิตจากตึก สตง.แห่งใหม่ถล่มย่านจตุจักร ยิ่งนานวันความหวังยิ่งริบหรี่ แต่อย่างที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.บอก ทุกวินาทีของทีมปฏิบัติการค้นหาคือความหวัง แม้โอกาสจะพบคนรอดยากขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านมา แต่การได้พบหนึ่งคนมีชีวิตถือเป็นความคุ้มค่ามหาศาล ขณะเดียวกัน ก็จะได้นำร่างของผู้วายชนม์ออกมาจากซากปรักหักพังได้
ท่ามกลางการทำงานบนความท้าทาย ยังไม่วายที่จะเกิดปมดราม่ากับผู้ว่าฯ กทม. อันเนื่องมาจากภาพของเจ้าตัวที่ไปนั่งพักที่อาคาร สตง.ที่ถล่ม ในส่วนที่ใช้การได้เพื่อดูแลการทำงานของทุกภาคส่วน จนถูกพวกเกรียนคีย์บอร์ดค่อนขอดว่า สร้างภาพ เป็นธรรมดาของโลกออนไลน์ซึ่งชัชชาติเข้าใจในประเด็นนี้ ความจริงคนที่อยู่หน้างานย่อมรู้ดีกว่าใครเพื่อน คนที่มีอำนาจไม่ได้ไปสร้างปัญหา แต่ไปเป็นขวัญกำลังใจ หรือช่วยตัดสินใจในบางสถานการณ์ ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์
คนที่ติดตามวิธีการทำงานของผู้ว่าฯ กทม.รายนี้จะเข้าใจตรงตามที่เจ้าตัวชี้แจงกับสื่อ หลักการของตนคือไปนั่งสังเกตการณ์ หน้างานจะมีประชุมทุกวัน เวลา 8 โมงเช้า บ่ายโมง และ 6 โมงเย็น ร่วมกับหลายหน่วยงาน และมีชาวต่างชาติที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งทีมกู้ภัยอาจจะไม่ได้คล่องภาษาอังกฤษมาก ในฐานะผู้นำหน่วย จึงต้องเข้าใจสถานการณ์และช่วยเข้าไปคุยในประเด็นที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ตนไปนั่งตรงนั้นเห็นหมดว่า ใครทำอะไร ขาดเครื่องมืออะไร ทำให้เข้าใจสถานการณ์ดีขึ้น
สมกับแคมเปญที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งก่อนหน้า ทำงาน ทำงาน ทำงาน การไปติดตามเหตุตึกถล่มครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า นอกเหนือจากชัชชาติแล้ว มีผู้บริหาร กทม.ที่มีหน้าที่รับผิดชอบไปดูแลในที่เกิดเหตุด้วย โดยทุกคนยึดถือแนวทางเดียวกันกับผู้ว่าฯ กทม.นั่นก็คือ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ไปบอกให้หยุดทำอะไร กระบวนการทำงานคือ สังเกตปัญหา การกู้ภัยลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีเรื่องเครื่องมือไม่พอ หรือการประสานงานไม่ดี การมีผู้มีอำนาจอยู่ในจุดที่สามารถประสาน และตัดสินใจได้ จึงเป็นเรื่องที่ดี
บทบาทในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น กทม.ถือเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ยังคงลงพื้นที่ประสบภัยต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เป็นการไปข้องแวะกับทีมค้นหา เป็นการไปเพื่อให้กำลังใจญาติผู้ประสบภัยให้มีความหวัง รวมทั้งปลอบใจเพื่อให้มีพลังในการที่จะเผชิญกับความเป็นจริงจากผลการค้นหาของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด สุดท้าย ก็ไม่วายที่จะมีปมดราม่าเช่นเดียวกัน
มีการส่งข้อความผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย ระบุเกิดเหตุทำลาย ฉีกเต็นท์ และยกโต๊ะบริจาค ระหว่างที่นายกฯ ลงพื้นที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว เขตจตุจักร ร้อนถึง จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาลต้องออกมาแก้ข่าว ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานนายกฯ โดยทีมงานตระหนักดีถึงความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ทุกคน และสภาพจิตใจของญาติ รวมถึงครอบครัวผู้ประสบภัย ซึ่งนายกฯ เดินทางไปโดยไม่แจ้งกำหนดการล่วงหน้า มีทีมงานติดตามเพียง 5 คน และไม่มีกรณีกระทบกระทั่งกับบุคคลหรือเกิดความเสียหายต่อสิ่งของใดในพื้นที่
เป็นธรรมดาของพวกที่จ้องจะใส่ไฟให้ร้ายอยู่แล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ทั้งผู้นำเสนอข่าวสาร และคนเสพสื่อเองคงต้องตระหนัก และร่วมกันคัดกรองข้อมูลให้รอบคอบ เหมือนกรณีชายที่อ้างว่าภรรยาของตัวเองท้อง 4 เดือนติดอยู่ในซากตึกถล่ม จนเรียกคะแนนความสงสาร แห่แหนบริจาคเงินช่วยเหลือ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ นี่ถือเป็นบทเรียน ภายใต้ภาวะความกดดันจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ ความทดท้อ หมดกำลังใจของญาติผู้ประสบภัย ไม่ควรที่จะมีการกล่าวหา โจมตี หรือฉกฉวยโอกาส เพื่อหวังผลทางหนึ่งทางใด ไม่ว่าจะประโยชน์ส่วนตนหรือผลทางการเมืองก็ตาม
ภายใต้สถานการณ์วิกฤตอีกด้านจะถือเป็นบททดสอบภาวะผู้นำได้เป็นอย่างดี การเมืองระดับท้องถิ่นชัชชาติในฐานะผู้ว่าฯ กทม.ทำให้เห็นแล้วว่า กระบวนการทำงานเป็นระบบขนาดไหน มีการย้ำถึงความมีสติเพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา เห็นได้ชัดว่าเวลานี้บรรดาผู้คนที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในตึกสูง เกิดความตื่นตระหนกกันอย่างรุนแรง ล่าสุด ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารเอ ก็เกิดการแตกตื่น ผู้คนแห่วิ่งออกจากตึกกันอีกกระทอก โดยอ้างว่าเกิดการสั่นไหวของตัวอาคาร
สุดท้าย เมื่อทีมวิศวกรที่ดูแลได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว กลับไม่พบความผิดปกติใด ๆ ทำให้สรุปว่า น่าจะเกิดอุปาทานหมู่ เข้าใจได้กับอาการขวัญผวา ทั้งหมดจึงอยู่ที่มาตรการในการเรียกความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจที่ไม่น่าจะจำกัดว่าเป็นความรับผิดชอบของ กทม.หรือผู้บริหารระดับล่างแล้ว ถือเป็นงานสำคัญที่แพทองธารจะต้องแสดงความเป็นผู้นำ ด้วยการประกาศหรือใช้กลยุทธ์ทางการตลาดใดก็ตาม เพื่อลดความหวั่นวิตกของประชาชน ทำให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติสุขโดยเร็ว
เรื่องการเร่งตรวจสอบรับรองความปลอดภัยของอาคารสูงต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับการตรวจเชิงลึกเกี่ยวกับตึกที่สร้างโดยบริษัทร่วมทุนจีนที่รับงานสร้างตึก สตง. เพื่อรับรองว่าที่สร้างเสร็จไปแล้วมีความมั่นคง แข็งแรงขนาดไหน ส่วนการไปขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานในการทำงาน คุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง หรือการใช้แรงงานจากจีนมากกว่าที่จะเป็นแรงงานไทยหรือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย เป็นเรื่องที่ต้องขยับอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว
ไม่ได้เร่งรีบแต่บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเร็วกว่าเดิม จากที่จะพิจารณาส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุม 9 เมษายน ขยับมาเป็น 3 เมษายนสำหรับร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่สนเสียงทักท้วงจาก สส.ฝ่ายตรงข้าม หรือม็อบที่ขู่ว่าจะชุมนุมใหญ่หากมีการเดินหน้า จับอาการถอยของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่เดิมทีตั้งท่าขวาง ย่อมเข้าใจได้ว่า เรื่องนี้ไม่ธรรมดา
อรชุน