
แรงเหวี่ยงของตลาดหุ้นไทย
นายสันติธาร เสถียรไทย ชื่อนี้คุ้นเคยกับ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยอย่างยิ่ง จึงมีเรื่องราวให้ติดตามหลังจากที่เขาโพสต์เฟซบุ๊กกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งประกาศกำแพงภาษีครั้งใหญ่
นายสันติธาร เสถียรไทย Future Economy Advisor สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชื่อนี้คุ้นเคยกับดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยอย่างยิ่ง จึงมีเรื่องราวให้ติดตามหลังจากที่เขาโพสต์เฟซบุ๊กกรณีรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งประกาศกำแพงภาษีครั้งใหญ่ที่เปรียบเสมือนเป็นแผ่นดินไหวช็อกการค้าไปทั้งโลกก็ว่าได้
เขาระบุว่า ประเทศทั่วโลกถูกเก็บภาษีอย่างน้อย 10% และ อีก 60 ประเทศโดนภาษีหมัดสวน (reciprocal tariff) โดยประเทศไทยจะโดนเก็บภาษีถึง 36% สูงกว่าหลายประเทศ จึงถือเป็นอาฟเตอร์ช็อกที่ร้ายแรงเกินคาด
อาฟเตอร์ช็อกของมาตรการครั้งนี้อาจจะรุนแรงและซับซ้อน เพราะเขาระบุว่า
– หลายประเทศอาจเลือกที่จะใช้ไม้แข็งตั้งกำแพงภาษีกลับ สู้กันไปมา ทำให้การค้าโลกโดยรวมทรุดกว่าที่คิด
– บางประเทศอาจเสี่ยงตกเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอย (ความเสี่ยงของอเมริกาเองก็เพิ่มขึ้น) ทำให้
– เมื่อตลาดอเมริกาเหมือนจะกลายเป็นเมืองล้อมด้วยกำแพง ที่สินค้าเข้าไม่ได้หรือยากขึ้น ทุกประเทศก็จะคิดคล้าย ๆ กันคือต้องส่งออกไปตลาดอื่น ดังนั้นการแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นทั้งสำหรับการส่งออกของไทยในตลาดที่ 3 และสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง ๆ อาจทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้น
– เดิมการลงทุนที่ไทยได้ประโยชน์จากการหลบเลี่ยงสงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ อาจชะงักหรือชะลอเพราะตอนนี้ไทยเองก็โดนภาษีในระดับสูงเช่นกัน (แม้ว่าเวียดนามจะโดนมากกว่า)
– แน่นอนว่า ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายอย่าง เช่นว่ากำแพงภาษีทั้งหมดนี้เจรจาได้แค่ไหน แต่ความไม่แน่นอนนี่เองก็จะทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลกต้องหยุดเพื่อรอดู ปรับแผน มีผลลบกับเศรษฐกิจการลงทุนทันที
นายสันติธาร เชื่อว่านี่คือ แผ่นดินไหวทางการค้าโลกที่มีผลกระทบต่อไทยอย่างมาก (และมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เคยคิดกัน) แน่นอน ส่วนตัวจึงมองว่าจำเป็นต้องมี War Room ทีมพิเศษที่มีทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมรับมือเรื่องนี้และให้เป็นเรื่องเร่งด่วนพิเศษ ธุรกิจต่าง ๆ เองก็คงต้องเตรียมรับมือแรงกระแทกและปรับกลยุทธ์หาโอกาสในวิกฤตเช่นกัน เพราะช็อกครั้งนี้อาจไม่ใช่ แรงกระแทกระยะสั้นแต่จะมีผลต่อเนื่องไปเป็นระยะยาว
กรณี บริษัทผลิตรถยนต์จีน BYD ลดราคาลงอย่างรุนแรงจากปีก่อนถึงคันละ 340,000 บาท รุกไล่สร้างมาร์เก็ตแชร์จนติดอันดับท็อปเทน ของตลาดรถยนต์เมืองไทยจนทำให้ผู้บริหารบริษัทจีนต้องออกมาประกาศว่าจะหาทางเยียวยาลูกค้าที่ซื้อรถไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะรุ่น ATTO3 ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม จนกระทั่งนักเศรษฐศาสตร์ออกมาวิเคราะห์ว่า การที่ราคารถยนต์ดิ่งต่อเนื่องในรอบ 15 ปี สะท้อนกำลังซื้อระดับกลาง-ล่างอ่อนแอ หวั่นลามกระทบการบริโภค การจ้างงาน การผลิตลดวูบ ห่วงราคารถยนต์ร่วง กระทบผู้บริโภคให้ตัดสินใจทิ้งรถ เพราะมองว่าผ่อนต่อไม่คุ้ม
นักวิเคราะห์ของกลุ่มธนชาต (ทีทีบี) ชี้ตลาดรถยนต์ตกต่ำสุดในรอบ 15 ปี เพราะหนี้ครัวเรือนที่สูงฉุดกำลังซื้อและการปล่อยกู้ตกต่ำเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน จะมีผู้บริโภคทิ้งเงินจองรถ เพียงแต่คนในวงการรถยนต์ชี้ว่านี่เป็นสาเหตุมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ที่สหรัฐฯ สั่งห้ามรถ BYD จากจีนเข้าไปแข่งขันกับรถยนต์ TESLA ของสหรัฐฯ ด้วยเหตุที่ว่าจีนอุดหนุนแบตเตอรีของ BYD มากเกินเหตุ ทำให้ BYD ต้องเทสต๊อกมาขายให้ไทยในราคาถูกแทน เนื่องจาก BYD มีแผนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอยู่แล้วจึงถือโอกาสทุ่มตลาดไทยเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างจริงจัง
การตลาดรถยนต์ที่ BYD กระทำต่อไทยจึงเป็นการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ซึ่งเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าและค่ายรถยนต์จีนอย่างมีพลัง คำอธิบายอย่างหลังนี้เป็นผลประโยชน์กับผู้บริโภคของไทยที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ถือเป็นการตลาดที่ผิดปกติพิเศษที่อธิบายไม่ได้ด้วยหลักการเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ตามปกติ
มุมมองในเชิงลบของนายสันติธาร น่าจะมีผลให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการตั้ง War Room เพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมีความสำคัญต่อนโยบายการค้าของไทย เพียงแต่รูปแบบของการตั้ง War Room อาจจะไม่เป็นไปตามที่นายสันติธารวาดหมายไว้ หากรัฐบาลไม่ใจกว้างพอ เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของไทย คือบริษัท ซัมมิท โอโตพาร์ทที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นเจ้าของหลัก
วิษณุ โชลิตกุล