
หุ้นไทยเละได้อีก?
บอกตามตรงว่า เดี๊ยนรู้สึกช็อกกับการรีดภาษีของ “ทรัมป์” ที่มีต่อประเทศไทยจริง ๆ เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า อเมริกาจะจัดหนักกับเราได้ขนาดนี้
บอกตามตรงว่าเดี๊ยนรู้สึกช็อกกับการรีดภาษีของ “ทรัมป์” ที่มีต่อประเทศไทยจริง ๆ เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า อเมริกาจะจัดหนักกับเราได้ขนาดนี้! โดยเฉพาะตัวเลขจัดเก็บภาษีที่สูงถึง 36% มันกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้จีดีพีของไทยปี 68 ติดลบแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่าง ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยพะย่ะค่ะ
ที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่รัฐบาลพยายามป่าวร้องจะไปเจรจากับอเมริกานั้น พวกท่าน ๆ สามารถไปได้จริงเหรอ? เพราะก่อนหน้านี้อเมริกาเพิ่งประกาศถอนวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยไปหมาด ๆ (อุยกูร์) ขณะที่รัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” ก็มัวแต่จมปลักอยู่กับเรื่องคาสิโน กับแจกเงินหมื่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเวลาเตรียมตัวรับมือมาระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมทางด้าน การเงิน การคลัง หรือพาณิชย์ แต่สุดท้ายเพิ่งจะก้นร้อนตอนที่อเมริกาเอาจริงแบบนี้..น่าสมเพชเจ้าค่ะ
อีกหน่วยงานที่ “โมนิก้า” รู้สึกไม่เอ็นจอยก็หนีไม่พ้น ธปท. ที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนตลอดเวลา ทั้งที่ควรจะร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อหาทางลดดอกบี้ยให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ มีความคล่องตัวในการทำธุรกิจ เพราะสิ่งที่ทุกคนรับรู้คือ การค้าขายต่อจากนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก และข้าวของจะมีราคาแพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาแบบนี้..ตายหยังเขียดสิคะ
ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้ “โมนิก้า” ต้องตั้งคำถามกับทุกคนว่า เละได้อีกไหม? หลังหุ้นไทยมีแรงฮึดสู้ตั้งแต่เปิดเทรด ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,161.81 จุด ลบไป 10.88 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.10 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกโล่งใจชั่วคราว แต่ภาพต่อไปจะออกมาเป็นแบบไหน? เดี๊ยนไม่อยากนึกเลยจริง ๆ เพราะมันไม่มีมุมไหนที่ทำให้เชื่อแบบสบายใจว่า ประเทศไทยจะฝ่ามรสุมสงครามการค้าไปได้โดยไม่มีแผลเหวอะหวะน่ะซี
กลุ่มแรกที่น่าเป็นห่วงคือหุ้นนิคมอย่าง WHA กับ AMATA เพราะภาพในระยะยาวมันออกไปในโทนขายที่ยาก จึงไม่มีประโยชน์ที่จะย้ายฐานผลิตมาไทย ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อไปในทางเดียวกันว่า ทั้ง 2 บริษัทคงจะไม่โตอีกต่อไป วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 3.10 บาท ลบไป 0.36 บาท หรือลงไป 10.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.45 พันล้านบาท ส่วนรายหลังก็ร่วงลงมาปิดที่ระดับ 18 บาท ลบไป 3.30 บาท หรือลงไป 15.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 801 ล้านบาทไงล่ะคะ
ส่วนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เจ็บหนักในเที่ยวนี้ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น DELTA เป็นรายถัดมา เพราะเคยเป็นหุ้นที่โดนขายแบบมาราธอนมาแล้ว จนวานนี้โดนสาดทิ้งแบบไม่ปรานี ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 60.50 บาท ลบไป 7 บาท หรือลงไป 10.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.66 พันล้านบาท พร้อมกับทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี 5 เดือนแบบนี้ เดี๊ยนคงบอกได้แค่ว่า จบแล้วค่ะนาย! ต่อจากนั้นค่อยมาดูกันว่า กำไรไตรมาส 2 จะเป็นอย่างไรคะ
คล้ายกับสถานการณ์ของ CPF ที่ผู้คนกังวลเรื่องผลกระทบทางภาษี จึงพากันเทขายหุ้นตั้งแต่เปิดเทรด จนราคาหุ้นทรุดตัวลงไปที่ 22.70 บาท ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาเรื่อย ๆ และพาหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 23.70 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 861 ล้านบาท เดี๊ยนมองเป็นสถานการณ์ที่แปลกดีเหมือนกัน และไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หลังเห็นกันชัด ๆ ว่า ส่งออกกำลังจะมีปัญหาไม่ใช่เหรอ?
ขนาดหุ้นอาหารหมาแมวเบอร์หนึ่งของไทยอย่าง ITC ยังยอมศิโรราบเป็นเวลา 5 เดือน และวานนี้ก็มีแรงขายออกมาอีกระลอก ก่อนจะประคองตัวปิดไปที่ระดับ 13.30 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 2.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 319 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะนักเล่นรับรู้มาระยะหนึ่งว่า เจ็บแน่! พอถึงเวลาจริง ๆ เลยไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว เดี๊ยนเลยอยากรอดูว่า กำไรไตรมาส 2 จะออกมาเป็นอย่างไร? เพราะตอนนั้นจะรู้ว่า น่าเล่นไหม?
ป.ล.อุบาทว์สุดน่าจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลเลื่อนญัตติคาสิโนขึ้นมาให้เร็วขึ้น ทั้งที่ตอนนี้มีเรื่องเร่งด่วนหลายอย่างที่ต้องรีบหาทางแก้ไขแบบนี้ แสดงว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นหัวประชาชนเลยใช่ไหม?..สุดจะบรรยายจริง ๆ นะเนี่ย!
โมนิก้า: และทีมงาน