RS ปักธงรายได้ปีนี้ 5.25 พันลบ. เน้นดันธุรกิจ Commerce เพิ่มสัดส่วนแตะ 80%

RS ปักธงรายได้ปีนี้ 5.25 พันลบ. เน้นดันธุรกิจ Commerce เพิ่มสัดส่วนแตะ 80%


นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 ที่ระดับ 5,250 ล้านบาท หรือเติบโต 30% จากปี 62 โดยจะเน้นธุรกิจ Commerce ซึ่งมีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 80% ในอนาคต จากปีนี้อยู่ที่ราว 60%

“ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าอัตราการกำไรขั้นต้นไว้ที่ 45-50%, EBITDA Margin 20-25% และอัตรากำไรสุทธิที่ 12-15% ซึ่งหากแผนงานเป็นไปตามที่วางไว้รายได้ที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาทในปี 65 ไม่เกินความฝัน เพราะเราวางรากฐาน และต่อยอดธุรกิจตลอดเวลา” นายสุรชัย กล่าว

ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกของปี 62 มีรายได้อยู่ที่ 2,728.87 ล้านบาท และกำไร 297.68 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จาก Commerce ที่ 3,200 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 60% และ Media & Entertainment ที่ 2,050 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% มาจากรายได้ดิจิทัลทีวี 1,250 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 25%, วิทยุ 300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5% ดนตรี และอื่นๆ 500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10%

นายสุรชัย กล่าวว่า แผนงานในปีนี้ในด้านธุรกิจ Commerce บริษัทจะมีสินค้าออกสู่ตลาด 30 ผลิตภัณฑ์ต่อเดือน โดยเฉพาะไตรมาส 3/63 จะมีการเปิดตัวสินค้ายาสีฟัน ซึ่งมีมูลค่าตลาดที่ราว 12,000 ล้านบาท โดย 3-5 ปีที่ผ่านมาตลาดเติบโตประมาณ 30% ประกอบกับลูกค้าของบริษัทในกลุ่ม Commerce มีการเติบโต 20% หรือมีจำนวน 1.6 ล้านราย ซึ่งบริษัทจะเน้นการทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งปีนี้ต้องเพิ่มเป็น 2.5 ครั้งต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 38% จากเดิม 1.8 ครั้งต่อปี

“ธุรกิจ Entertainmerce ซึ่งเป็นกลยุทธสำคัญที่ต่อยอดจาก Biz Model ที่โดดเด่นเป็นพิเศษของ RS ด้วยการเชื่อมโยง ผสานจุดแข็งของ RS ให้เต็มที่แบบบูรณาการ เป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ Commerce นับจากปี 63 เป็นต้นไป โดยธุรกิจ Commerce ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3,200 ล้านบาท และ มีสัดส่วน 60% ซึ่งในอนาคต หรืออย่างช้าปี 65 สัดส่วนรายได้ธุรกิจดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80%” นายสุรชัย กล่าว

สำหรับ Data Driven Company จากข้อมูลของลูกค้าในฝั่งของ Entertainment ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของผู้ชมรายการทีวี ผู้ฟังรายการวิทยุ รวมถึงสมาชิกและผู้ติดตาม สื่อโซเชียลกว่า 100 ล้านบัญชี เมื่อมาเชื่อมโยงกับข้อมูลการทำรายการผ่านธุรกิจ Commerce ของ RS ถือเป็นการสร้าง Big data ขนาดมหึมา ซึ่งบริษัทมองว่านี่คือปัจจัยที่จะสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการนำเสนอสินค้าและ บริการให้กับลูกค้า รวมถึงโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ด้วยการลงทุนในระบบเทคโนโลยีและทีมงานที่จะมาขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านี้

ด้าน Strategic Partnership การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องนำจุดแข็งไปประสาน และ ผนวกกับพันธมิตรเพื่อให้เกิด Synergy ทางธุรกิจเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ ต่อยอด และ แบ่งปันทรัพยากร การจับมือกับพันธมิตรจะเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแรงทาง และยั่งยืนในปี 63 ตลอดจนการซื้อกิจการ (M&A) นอกเหนือจากการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากทุกธุรกิจแล้ว การทำการผนวกกิจการจะเป็นอีกยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้าง Ecosystem ให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างมูลค่าทางธุรกิจ สร้างศักยภาพในการแข่งขันสร้างความยั่งยืนมั่นคงระยะยาว

“M&A เรากำลังทำ Due diligence อยู่ ซึ่งเป็นทั้งธุรกิจดั้งเดิมของเรา ธุรกิจที่จะมาต่อยอดธุรกิจเรา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ โดย M&A มีหลายรูปแบบ มีทั้งซื้อกิจการ ซื้อหุ้น ถ้าทำแบบนั้นก็ต้องใช้เงิน แต่สำหรับเรามันไม่มีความจำเป็น เพราะเราต้องการสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด พัฒนาศักยภาพ เนื่องจากตอนนี้การแข่งขันมีความรุนแรง โดยเฉพาะอุตสากรรมทีวีดิจิทัล และ หาก 5G เข้ามา การแข่งขันจะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ทำให้เราต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น” นายสุรชัย กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งงบลงทุนในธุรกิจมีเดียปีนี้ไว้ที่ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินเฉลี่ยที่ใช้ทุกปี โดยไม่รวมวงเงินที่พัฒนาคอนเทนท์ และการขยายธุรกิจอื่นๆ อย่าง M&A

ส่วนกรณีการขายหุ้นของผู้บริหารนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันไม่มีนโยบายขายหุ้นเพิ่มเติม และ ยืนยันว่าระดับการถือหุ้นในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสม คือ 20.79% ขณะที่กลุ่มศรีวัฒนประภา ถือหุ้น 9.87% , Thai NVDR 6.44% และ BTS Group 6.06%

อย่างไรก็ตาม การขายหุ้นให้กลุ่มศรีวัฒนประภา ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะต่อยอดธุรกิจร่วมกันอย่างไร ส่วนกับ BTS ตอนนี้เพิ่งเริ่มเจรจาถึงรูปแบบการทำธุรกิจร่วมกัน โดยอาจเป็นได้ทั้งสื่อโฆษณาในรถไฟฟ้า หรือการวางขายสินค้า เป็นต้น

Back to top button