จับตา! สหรัฐฯ-จีนลงนามการค้าเฟสแรกวันนี้-ชูเคาะ 6 หุ้นกลุ่มส่งออกรับอานิสงส์

จับตา! สหรัฐฯ-จีนลงนามการค้าเฟสแรกวันนี้-ชูเคาะ 6 หุ้นกลุ่มส่งออกรับอานิสงส์

ตลาดหุ้นทั่วโลกวันนี้(15 ม.ค.63) เชื่อว่าต้องจับตาไปที่ประเด็นการลงนามข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐฯ-จีน เตรียมจัดพิธีลงนามที่ทำเนียบขาวเวลา 11.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (เวลาไทย 23.30 น.)

แน่นอนหากการลงนามดังกล่าวผ่านฉลุยคาดว่าจะเป็น Sentiment บวกกับหุ้นกลุ่มส่งออก อาทิ หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ หุ้นส่งออกอาหาร อาทิ DELTA,HANA,GFPT, CPF,TFG,EPG  เป็นต้น ขณะเดียวกันคาดว่าจะหนุนให้ดัชนีมีโอกาสยืนเหนือระดับ 1600 จุด

ดังนั้นเพื่อให้เห็นมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับปัจจัยดังกล่าวทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวมบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจและกลุ่มหุ้นที่น่าลงทุนมานำเสนอดังนี้

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ระเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,578-1,597 จุด เพื่อรอดูรายละเอียดการค้าหุ้นเบื้องต้นประเมินเหตุการณ์ออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

-มีการลงนาม Phase1 และเผยรายละเอียด Phase2 เช่น กำหนดการยกเลิกภาษีก้อนที่เหลือวงเงิน 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเปิด Upside risk ให้กับ SET Index ยืนเหนือ 1,600 จุด และหนุนกลุ่ม Global play ที่แม้ผลประกอบการไตรมาส 4/62 จะอ่อนตัว (TOP, IRPC, IVL) แต่เชื่อว่าตลาดจะมองข้าม

-ลงนาม Phase1 แต่ไม่เผยรายละเอียด Phase2 กรณีนี้ตลาดรับรู้ไปแล้ว คาด SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,570-1,590 จุด แนะนำ PTTEP, PTTGC , AP, STEC

-ยกเลิกการลงนาม Phase1 คาด SET Index เผชิญกับแรงกดดัน คาด SET เทรดกรอบ 1,540 +/-

กลยุทธ์การลงทุน คาด SET Index กลับมาแกว่งในกรอบ 1,578-1,597 จุด เพื่อรอดูรายละเอียดการค้า แนะถือ PTTEP, STEC ทยอยสะสม KCE ที่แนวรับ 19.60บาท+/-

หุ้นแนะนำ KCE (พื้นฐาน 23.3 บ.) ราคาหุ้นที่พักตัวลงมาช่วงก่อนหน้า เปิด upside ต่อมูลค่าพื้นฐานของ KCE จึงมองเป็นโอกาสในการสะสมเนื่องเราคาดว่าการกลับมาสต็อกสินค้าคงคลังทั่วโลกจะช่วยเพิ่มยอดขายและกำไรสุทธิของ KCE ในปี 2563 นอกจากนี้ product mix ดีขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิต HDI PCBs สำหรับ automotive radars

STEC (พื้นฐาน 21.5 บ.) การที่ส.ส.ผ่าน พรบ.งบประมาณปี 2563 ทำให้ sentiment ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นบวก คาดว่าจะเห็นการเติบโตจากการลงทุนภาครัฐในปีนี้มีโอกาสเติบโตสูงกว่า 6.0%

PTTEP (พื้นฐาน 137.0 บ.) เป็นหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนที่มีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC

 

บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ-จีนลงนามการค้าเฟสแรก15 ม.ค.นี้ ประเมินเป็น Sentiment บวกกับหุ้นกลุ่มส่งออก อาทิ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA*, HANA*), หุ้นกลุ่มส่งออกอาหาร (GFPT, CPF*, TFG), และหุ้นส่งออกอื่น เช่น EPG* เป็นต้น สำหรับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ฝ่ายวิจัยฯแนะนำซื้อมาก่อนหน้าแล้วนั้นเริ่มมี Upside จำกัด

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อตามที่แนะนำมาก่อนหน้าแนะนำ “Let profit run” และระมัดระวังแรงขายทำกำไร “Sell on fact” โดยกำหนด “Trailing stop” (ขายล๊อกกำไรเมื่อราคาต่ำกว่า) DELTA* ที่ 52 บาทและ HANA* ที่ 34 บาท ยังคงแนะนำ “เก็งกำไร” หุ้นกลุ่มส่งออกอาหาร (TFG, GFPT) ที่ยังมี Upside และ EPG*

 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุนมาจากการค้าโลกที่ชัดเจน การลงนามการค้าเฟสแรกมีความคืบหน้า โดยสหรัฐฯเตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันพุธ (15 ม.ค.) เวลา 11.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (เวลาไทย 23.30 น.)

โลกเริ่มสงบ หนุนภาพรวมการลงทุน หลังสหรัฐฯ ถ้อยทีถ้อยอาศัยมากขึ้น หลังเตรียมนำจีนออกจากรายชื่อประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน รวมไปถึงท่าทีที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอิหร่าน และใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจตอบโต้

กลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้น Selective BUY หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว Theme Investment – (1) ได้ประโยชน์จากการค้าโลกคลี่คลาย เงินบาทเริ่มอ่อนค่า เลือก HANA (AWS TP 39.00 บาท)

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า SET Index จะยังแกว่งตัว Sideways Up ได้ต่อเนื่องในกรอบ 1,580-1595 จุด จากความคาดหวังเชิงบวกในประเด็นการลงนามข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้(15ม.ค.63)

ขณะที่กลุ่ม Domestic Play ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนคาดยังมีแรงส่งจาก Sentiment บวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเมินกรอบการบวกของตลาดระยะนี้อาจยังจำกัดบริเวณ 1,600-1,610 จุด กลยุทธ์ : ยังเน้นถือหุ้นพื้นฐานที่มีธุรกิจ Recurring และปันผลสูง

 

บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) Trade war ผ่อนคลายต่อเนื่อง ล่าสุดสหรัฐถอดจีนออกจากประเทศบิดเบือนค่าเงิน: ความสัมพันธ์การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มจากเดือนธ.ค.ของปีที่ผ่านมา สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน และจะเซ็นลงนามในสัญญาข้อตกลงวันที่ 15 ม.ค.นี้

ขณะที่วานนี้(14ม.ค.62)สหรัฐประกาศถอดจีนออกจากประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน (List of currency manipulating) โดยให้เหตุผลว่าจีนสามารถแก้ปัญหาต่างๆที่สหรัฐกังวล และแสดงความมุ่งมั่นที่จะหลีกเลี่ยงค่าเงินเพื่อหวังผลในภาคการส่งออก การประกาศถอดรายชื่อดังกล่าวจะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงนามข้อตกลงของทั้ง 2 ประเทศในวันพรุ่งนี้ และเป็นบวกต่อบรรยากาศการเจรจาเพื่อบรรลุข้อพิพาทการค้าเฟส 2 ต่อไป

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน