“กกต.” สวนกลับ “สมชัย” ปมสอบเงินกู้อนาคตใหม่ แจงมีผู้ร้องเรียน-ทำตามขั้นตอนกม.ทุกอย่าง!

“กกต.” สวนกลับ “สมชัย” ออกหนังสือชี้แจงปมสอบเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เหตุเพราะมีผู้ร้องเรียน ยืนยันทำตามขั้นตอนกกฎหมายทุกอย่าง!

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหนังสือชี้แจงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้เงินเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับไม่ถูก กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

โดย กกต.ระบุว่า กรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องกล่าวหาพรรคเมืองใดกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง เช่น กรณีมีผู้ยื่นคำร้องเมื่อเดือน พ.ค.62 กล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคฯ นั้น กกต.ได้ดำเนินการ 2 ส่วน คือ ในส่วนของคดีอาญาได้ดำเนินการสืบสวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.

และในส่วนคดียุบพรรคการเมือง กกต.ได้มีมติให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งปรากฏว่าพรรคอนาคตใหม่กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

หากเป็นกรณีไม่มีเรื่องร้องเรียน แต่เป็นการตรวจสอบรายได้จากงบการเงินของพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดให้ทุกพรรคการเมืองต้องจัดทำงบการเงินประจำปีส่งให้แก่นายทะเบียนพรรคการเมืองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือ ภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป และเมื่อได้รับงบการเงินดังกล่าวแล้ว นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ดังนั้นการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองจากงบการเงินประจำปี นายทะเบียนพรรคการเมืองจะดำเนินการตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อพรรคการเมืองจัดส่งงบการเงินประจำปีในแต่ละปีให้นายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว

ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ลงวันที่ 11 ธ.ค.61 ใช้บังคับ ทำให้พรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ และได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ เพื่อรับรองงบการเงินของพรรคการเมือง โดยมีพรรคการเมืองที่ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 และส่งงบการเงินของพรรคการเมืองดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในเดือน พ.ค.62 ดังนี้

– งบการเงินประจำปี 2557 จำนวน 73 พรรคการเมือง

– งบการเงินประจำปี 2558 จำนวน 72 พรรคการเมือง

– งบการเงินประจำปี 2559 จำนวน 70 พรรคการเมือง

– งบการเงินประจำปี 2560 จำนวน 69 พรรคการเมือง

– งบการเงินประจำปี 2561 จำนวน 100 พรรคการเมือง

ทั้งนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ประกาศงบการเงินประจำปีของพรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้นให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองซึ่งปรากฏตามงบการเงินประจำปี 2557-2561 หากตรวจสอบแล้วพบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 นายทะเบียนพรรคการเมืองจักได้แจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ต่อไป