กลุ่มรพ.คึกคัก! ขานรับค่ารักษาประกันสังคมรายหัวเพิ่ม โบรกฯชี้อนาคตสดใส-สบจังหวะเข้าลงทุน

กลุ่มรพ.คึกคัก! ขานรับค่ารักษาประกันสังคมรายหัวเพิ่ม โบรกฯชี้อนาคตสดใส-สบจังหวะเข้าลงทุน

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกหลังจากเมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 คณะกรรมการประกันสังคม เปิดเผยถึง มติคณะกรรมการประกันสังคม ในคราวประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา (ชุดที่ 13) ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบการปรับอัตราค่าบริการทางการแพทย์ ปี 2563 ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 242 แห่ง แบ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐ 163 แห่ง และสถานพยาบาลเอกชน 79 แห่ง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้เกิดความมั่นใจในการรับบริการทางการแพทย์ ซึ่งในการปรับอัตราค่าบริการทางการแพทย์ ปี 2563 ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคมในครั้งนี้ ได้ประมาณการค่าใช้จ่ายกรณีค่าบริการทางการแพทย์ โดยเฉลี่ยอัตรา 3,959 บาท /คน/ปี

โดยประเด็นดังกล่าวจะส่งผลให้รายได้ของหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่มีการให้บริการประกันสังคมเพิ่มสูงขึ้นตามค่ารักษา ซึ่งพบว่า CHG, BCH, RJH มีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมแบบมีนัยสำคัญที่ระดับ 31.7% , 33.2% และ 43.2% ตามลำดับ

ทั้งนี้ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมาได้เห็นชอบให้ปรับอัตราค่าบริการทางการแพทย์ปี 2563 ให้แก่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ 242 แห่ง โดยอัตราเฉลี่ยต่อผู้ประกันตน 3,959 บาท/คน/ปี แบ่งเป็น

  1. ค่าบริการการแพทย์ที่เหมาจ่ายให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญา
  2. ค่าบริการทางการแพทย์นอกเหนือจากค่าเหมาจ่าย มีงบประมาณเฉลี่ย 1,120 บาทต่อ ผู้ประกันตน ซึ่งรวมค่าทันตกรรม 900 บาท ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งผู้ประกันตนสามารถรักษาสถานพยาบาลตนเองไม่ได้เลือกใช้สิทธิประกันตนได้ จึงไม่มีผลต่อรพ.ประกันสังคมอย่างมีนัยยะ อีกทั้งคาดงบประมาณใกล้เคียงของปี 2562

ความเห็น

การปรับขึ้นอัตราค่าบริการเหมาจ่ายให้รพ.ในครั้งนี้ ส่งผลให้ กำไรของรพ.ประกันสังคมเพิ่มขึ้นราว 5-7% ดังนี้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 สำนักงานประกันสังคมมีการปรับลดค่าบริการผู้ป่วยในโรคที่มีความรุนแรงในรอบ 5 บัญชีสุดท้าย จาก Adj.RW ละ 12,800 บาท เหลือ 7,100 บาท เพราะการเบิกจ่ายของรพ. เกินงบ 640 บาทต่อผู้ประกันตนทั้งหมด เป็นผลให้ รายได้งวดไตรมาส 4/62 จากโครงการประกันสังคมได้รับผลกระทบ ทำให้กำไรสุทธิในปี 2562 มีแนวโน้มต่ำกว่าประมาณการ และการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิปี 2563 เกิดจากฐานค่าบริการผู้ป่วยในโรครุนแรงที่วัดจากค่าบริการผู้ป่วยในเฉลี่ยที่ระดับ 640 บาทต่อผู้ป่วยกันตนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นฐานกำไรหลังจากรับผลกระทบดังกล่าวข้างต้น เป็นผลให้ กำไรสุทธิปี 2563 มีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการของเราเพียง 2-3% เท่านั้นจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2563 ของ BCH, CHG และ RJH ตามเดิม

ผลบวกจากการปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายดังกล่าวทำให้ รพ.ในโครงการประกันสังคมมีแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2563 ที่เติบโตสดใส ถือเป็นจังหวะเข้าลงทุนหุ้นรพ.ประสังคมทั้ง BCH (TP 21 บาท), CHG (TP 3 บาท) และ RJH (TP 33) โดยเลือก BCH เป็น Top Pick กลุ่ม

 

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า คณะกรรมการประกันสังคมปรับเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ 1) เหมาจ่ายต่อหัว 9.3% และ 2) ส่วนโรคเรื้อรัง +1.3% และโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง +16.6% เราประเมินกำไรของ BCH และ CHG เพิ่มแบบอนุรักษ์นิยมเพิ่มไม่เกิน 5-7% โดยมองกำไรเพิ่มจากส่วนที่เป็นเหมาจ่ายต่อหัวเป็นหลัก ส่วนอื่นๆ ที่แปรผันตามการรักษาโรค เชื่อว่าอาจจะมีต้นทุนเพิ่มตามมาภายหลัง ทั้งจากการปรับปรุงคุณภาพต่างๆ

มุมมองกลยุทธ์ Action (ระยะสั้น 5-10 วันทำการ): แนะนำ sell on fact BCH และ CHG

สำหรับ Fundamental: ปัจจัยพื้นฐานในปี 63 ชอบ CHG มากกว่า BCH ดังนั้นคำแนะนำหลักคือ 1) BCH (HOLD) ขึ้นมารอบนี้ให้ทยอยลดน้ำหนัก เนื่องจากพื้นฐานเริ่มกังวลอัตรากำไรช่วงการลงทุนรอบใหม่ (new investment cycle) ใน 63-64 และ 2) CHG (BUY, TP Bt2.90) หากยังไม่ต้องการ take profit รอบนี้ให้ ถือต่อ-รอกำไรไตรมาส 1/63 โดดเด่น กว่ากลุ่ม (ก้าวกระโดดจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อน) ได้ในไตรมาส 1/63

 

ขณะที่ บล.เออีซี กลุ่มโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่ารักษาของ สปส : CHG, BCH, RJH ทั้งสามบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมแบบมีนัยสำคัญที่ระดับ 31.7% , 33.2% และ 43.2% ตามลำดับ

ทั้งนี้ บล.เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า คณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบปรับเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์ปี 63 ให้แก่สถานพยาบาลคู่สัญญาในระบบประกันสังคม ประมาณการค่าใช้จ่ายกรณีค่าบริการทางการแพทย์ โดยเฉลี่ยอัตรา 3,959 บาท /คน/ปี

โดยกลุ่มโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่ารักษาของ สปส มีดังนี้ CHG, BCH, RJH ทั้งสามบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมแบบมีนัยสำคัญที่ระดับ 31.7% , 33.2% และ 43.2% ตามลำดับ