“เคอร์รี่” จ่อลุย IPO ระดมทุน 6 พันล้าน!! จับตา VGI เฮด้วย ถือหุ้น 23%

“เคอร์รี่” จ่อลุย IPO ระดมทุน 6 พันล้าน!! จับตา VGI เฮด้วย ถือหุ้น 23%

บลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (Kerry Express) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการรับส่งพัสดุที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยืนยันว่า บริษัทกำลังวางแผนที่จะเสนอขายหุ้นให้แก่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อระดมทุนมาเร่งการลงทุนที่มีความจำเป็นเพื่อสนองตอบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจอี-คอมเมิร์ส และการช้อปปิ้งออนไลน์

ด้าน นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทของ เคอร์รี่ โลจิสติกส์ เน็ตเวิร์ก จำกัด ซึ่งมีฐานในฮ่องกง กำลังดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอขายไอพีโอและจะเปิดเผยรายละเอียดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยบริษัทกำลังโตขึ้นอย่างมาก และจะยังคงลงทุนในอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ต่อไปเพื่อรักษาสถานะผู้นำในตลาดเอาไว้

นอกจากนี้ บลูมเบิร์ก รายงานเพิ่มเติมโดยอ้างแหล่งข่าวในวงการว่า บริษัทเคอร์รี่ โลจิสติกส์ ซึ่งมี นายโรเบิร์ต ก๊วก มหาเศรษฐีมาเลเซียหนุนหลังอยู่ กำลังพิจารณาเสนอขายไอพีโอของธุรกิจในประเทศไทย โดยอาจระดมทุนได้อย่างน้อย 200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6,058 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมโดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL พบว่าตลาดอี-คอมเมิร์สของไทยกำลังขยายตัวประมาณอย่างน้อย 8% ต่อปี และในขณะนี้มีมูลค่าเกินกว่า 3.05 ล้านล้านบาท

อนึ่ง บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2549 และมีจุดให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 5,500 จุด และบริการจัดส่งพัสดุอย่างน้อย 1.1  ล้านชิ้นต่อวัน

 

อย่างไรก็ดี การเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นับเป็นโอกาสสำคัญในการดำเนินธุรกิจทั้งของตัวเคอร์รี่เอง รวมถึงผู้ถือหุ้นอย่าง บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ซึ่งถือหุ้นเคอร์รี่ในสัดส่วน 23% (ธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้น เสร็จสิ้นวันที่ 20 ก.ค. 61) เชื่อมโยงไปถึงบริษัทฯแม่ของ VGI อย่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งถือหุ้นใน VGI จำนวน 1,816.74 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 21.22% ที่หากเคอร์รี่มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจได้ดี อาจส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้ VGI และ BTS มีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น รวมไปถึงอาจมีพัฒนาการสำคัญในธุรกิจร่วมกัน ถือเป็นแรงสนับสนุนให้ธุรกิจแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในอนาคต