“ก.คลัง” ชี้ “สหรัฐฯ-จีน”ลงนามการค้าเฟสแรกกระตุ้นส่งออกไทย เร่งเบิกจ่ายงบฯรัฐหนุนศก.เพิ่ม

“กระทรวงการคลัง” ชี้ “สหรัฐฯ-จีน” ลงนามการค้าเฟสแรก กระตุ้นส่งออกไทย พร้อมเร่งกรมบัญชีกลางเบิกจ่ายงบฯรัฐหนุนเศรษฐกิจเพิ่ม

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯและจีนสามารถลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกอย่างเป็นทางการว่า จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในบรรยากาศสงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศลงได้ อีกทั้งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยส่งผลให้การส่งออกของไทยมีทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากนี้ เนื่องจากสถานการณ์การค้าโลกคลี่คลายลง ส่งผลดี และมีประโยชน์กับหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะไทย ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็ก

“เชื่อว่าบรรยากาศการค้าโลก และของไทยจะดีขึ้น แต่ก็ต้องมาดูในรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้รับกับสถานการณ์หลังจากนี้ เพราะไทยเป็นประเทศขนาดเล็ก รวมทั้งต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้” นายสันติ กล่าว

โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศอย่างชัดเจน โดยเน้นการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจากภายในเป็นหลัก ทั้งการอุปโภคบริโภค การลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และผู้ประกอบการในประเทศ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพภาคการผลิตที่ไทยยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางเร่งติดตามการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการทั้งหมด เพื่อเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ โดยกำชับให้ส่วนราชการทั้งหมดเร่งการก่อหนี้ผูกพันในโครงการลงทุนต่าง ๆ เพราะเมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มีผลบังคับใช้ จะได้ดำเนินการทันทีไม่ต้องรอ ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให้รับทราบทุกเดือน เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้การทำงานในทุกส่วนมีประสิทธิภาพมากที่สุด