กลุ่ม “เสี่ยเจริญ” เล็งฮุบ “เทสโก้” ลุ้นปิดดีลหนุนผลงาน BJC โตเด่น

กลุ่ม "เสี่ยเจริญ" เล็งฮุบ "เทสโก้" ลุ้นปิดดีลหนุนผลงาน BJC โตเด่น

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ว่ามีกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทย 3 กลุ่มที่จะซื้อกิจการของบริษัทเทสโก้ในไทย หลังจากเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษรายนี้ ประกาศขายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อหันไปเน้นดำเนินธุรกิจในอังกฤษแทน 

โดยมีการคาดการณ์ว่ากลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยทั้ง 3 แห่งที่จะซื้อกิจการเทสโก้ในไทย ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ รวมถึง บริษัทเซ็นทรัล กรุ๊ป ของตระกูลจิราธิวัฒน์ และ บริษัททีซีซี กรุ๊ป ของตระกูลสิริวัฒนภักดี

อย่างไรก็ดี ล่าสุด นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ได้ออกมาเปิดเผยว่า บิ๊กซีสนใจที่ซื้อกิจการเทสโก้ โลตัสในไทยจริง โดยหวังเพื่อต่อยอดธุรกิจค้าปลีก และได้ยื่นเจตจำนงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุถึง 3 ตัวแปร ที่บิ๊กซีต้องพิจารณา คือ ราคา การแข่งขัน และข้อกฎหมาย

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET ได้ออกมาสรุปประเด็นน่าสนใจที่ต้องจับตามอง หากบิ๊กซีสามารถปิดดีลได้จริง ไว้ดังนี้

1. จำนวนร้านค้าปลีกของ “บิ๊กซี” เมื่อรวมทั้งสองค่ายแล้ว จะเพิ่มจาก 1,379 สาขา เป็น 3,346 สาขา

2. การมีสาขาจำนวนมาก ย่อมหมายความว่า บิ๊กซี จะมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สินค้ามากขึ้น

3. จะมีการ synergies ในการดําเนินงาน เนื่องจากมีธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

4. เทสโก้ ประเทศไทย ผลการดำเนินงานช่วง 1 ม.ค. 2561 – 28 ก.พ. 2562 มีรายได้รวม 188,328 ล้านบาท กําไรสุทธิ 7,820 ล้านบาท

5. เมื่อรวมกับ BJC จะทําให้รายได้และกําไรเพิ่มขึ้น 50% เป็น 3.6 แสนล้านบาท กําไร 1.45 หมื่นล้านบาท