
BKGI เด้งแรง 7% หลังโชว์กำไรปี 67 โต 57% ทะลุ 50 ล้าน เคาะจ่ายปันผล 0.05 บ.
BKGI เด้งแรง 7% หลังกวาดรายได้ปี 67 แตะ 346 ล้านบาท ดันกำไรโต 57% ทะลุ 50 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.05 บ./หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 6 พ.ค.นี้ รุกขยายธุรกิจการแพทย์จีโนมิกส์ ตั้งเป้ารายปี 68 เติบโต 20-25%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(26 ก.พ.68)ราคาหุ้นบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI ณ เวลา 15:24 น. อยู่ที่ระดับ 2.20 บาท บวก 0.14 บาท หรือ 6.80% ราคาต่ำสุด 2.08 บาท ราคาสูงสุด 2.24 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 6.44 ล้านบาท
ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2567 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567) มีรายได้รวม 345.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 247.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 50.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2 ล้านบาท หรือ 57% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 32.1 ล้านบาท
โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจาก รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นจากการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT-A) และจากการที่บริษัทฯได้มีการร่วมงานกับคลินิกผู้มีบุตรยากมีจำนวนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทฯยังเติบโตจากการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการทางห้องปฏิบัติการ หรือการจำหน่ายเครื่องมือและน้ำยาที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.05 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 กำหนดจ่ายวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 สำหรับผลการดำเนินงานปี 2567
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทฯเดินหน้าขยายการให้บริการใหม่ๆด้านการแพทย์จีโนมิกส์ร่วมกับพันธมิตร ทั้งในส่วนของห้องปฏิบัติการและให้บริการการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ซึ่งหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ BKGI เป็นที่รู้จักมากขึ้นของประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าองค์กรหรือหน่วยงาน ที่ให้ความสำคัญกับการตรวจทางพันธุกรรม ซึ่งตลาดในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากเทรนด์การรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแผนการร่วมลงทุนหรือซื้อกิจการ (M&A) อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยศึกษาธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ที่จะสามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโต โดยเฉพาะธุรกิจด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ ที่เป็นเทรนด์ในอนาคตด้วย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้
นายกิตติคุณ รอดรังนก ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน BKGI กล่าวว่า โครงสร้างรายได้ในปี 2568 จะมาจาก 2 ส่วน คือ 1.รายได้ธุรกิจการให้บริการประกอบธุรกิจห้องปฏิบัติการและให้บริการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 75% จากเดิมอยู่ที่ 95% และ 2.ธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25% จากเดิมอยู่ที่ 5% เนื่องจากการขายเครื่องมือห้องปฏิบัติการและน้ำยาห้องปฏิบัติการที่มากขึ้นตามความต้องของตลาด ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน พร้อมกันนี้ได้ตั้งงบลงทุนปี 2568 ไว้ที่ประมาณ 40-50 ล้านบาท เพื่อรองรับการก่อสร้างห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ เพื่อขยายฐานการตรวจหาความเสี่ยงทางด้านโรคมะเร็ง เสริมศักยภาพการให้บริการให้กว้างขึ้น สนับสนุนการเติบโตของ BKGI ในอนาคต พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ เติบโต 20-25 %