บอร์ด PSG เคาะแผน “รวมหุ้น-ลดทุน” จ่อชงผู้ถือหุ้นไฟเขียว 24 เม.ย.นี้

บอร์ด PSG ไฟเขียวแผน “การรวมหุ้น-การลดทุน” ล้างส่วนต่ำมูลค่าหุ้นจาก 62,992 ล้านบาท เหลือ 13,528 ล้านบาท เตรียมชงผู้ถือหุ้น 24 เม.ย.นี้ ยืนยันไม่มีผลต่อปัจจัยพื้นฐาน พร้อมรายงานกำไรปี 67แตะ 1,430 ล้านบาท กางแผนลุยธุรกิจพลังงานหมุนเวียน มั่นใจปีนี้สร้างรายได้เติบโตต่อ


นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSG เปิดเผยว่า วันที่ 25 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา คณกรรมการบริษัทมีมติเห็นควรให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 24 เม.ย. 2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) โดยวิธีการ “การรวมหุ้น” และ “การลดทุน” จดทะเบียน ซึ่งการลดทุนด้วยการลดราคาพาร์เพื่อนำส่วนเกินทุนจากการลดทุนดังกล่าวไปล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นบางส่วนจำนวน 48,744,328,617 บาท (จากสิ้นปี 2567 บริษัทส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น 62,272,362,796 บาท) ทำให้มีส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นคงเหลือ 13,528,034,179 บาท

สำหรับวิธีการ “การรวมหุ้น” จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาพาร์จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็นหุ้นละ 4 บาท ทำให้จำนวนหุ้นลดลงจาก 64,992,438,156 หุ้น มาเป็น 16,248,109,539 หุ้น

หลังจากนั้นจะมีการ “การลดทุน” โดยการลดราคาพาร์จากเดิม 4 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท ทำให้ทุนจดทะเบียนลดลง จากเดิม 64,992,438,156 บาท ลดลงเป็น 16,248,109,539 บาท และมีรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นคงเหลือ 13,528,034,179 บาท แต่โดยจำนวนหุ้นสามัญยังคงอยู่เท่าเดิมคือ 16,248,109,539 หุ้น

ทั้งนี้ กระบวนการ “การรวมหุ้น” และ “การลดทุน” ดังกล่าว เป็นเพียงการปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น โดยจะไม่มีการคืนเงินจากการลดทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น, ไม่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์หรือส่วนของผู้ถือหุ้น และไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแต่อย่างใด

โดยตัวเลขรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นดังกล่าว เป็นผลจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในอดีตช่วงก่อนปี 2565 ขณะนั้นบริษัทประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องหลายปีและมีขาดทุนสะสม รวมทั้งมีปัญหาด้านสภาพคล่อง จึงทำให้ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนหลายครั้งเพื่อให้มีเงินทุนเพียงพอต่อการดำเนินงาน โดยบริษัทมีการออกและเสนอขายหุ้นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ตราไว้ จึงส่งผลให้เกิดส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น (Share Discount) แสดงเป็นรายการหักอยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างทางธุรกิจจนสามารถฟื้นตัวจากปัญหาทางการเงินและก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนแล้วแต่เนื่องจากงบการเงินบริษัทยังคงแสดงรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นระดับสูง จึงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและทุนชำระแล้วที่แท้จริงของบริษัท

นายเดวิด กล่าวอีกว่าผลการดำเนินงานปี 2567 กลุ่มบริษัทสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ด้วยรายได้รวม 3,556 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,438 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ 29% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบปีก่อน เป็นผลจากความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ XPPL Expansion Phase 1 และโครงการก่อสร้างชุมชนใหม่

สำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สอดคล้องกับความสำเร็จของงานก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มสูงขึ้นจากการศึกษาโอกาสทางธุรกิจ และวางแผนการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อรองรับธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสามารถการทำกำไรลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ตามปี 2567 กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรไว้ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ PSG ยังมุ่งมั่นเพิ่มรายได้ผ่านการลงทุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ และพลังงานหมุนเวียน โดยธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นเป้าหมายหลักระยะยาวของกลุ่มบริษัท สำหรับระยะกลางมีเป้าหมายเพื่อมุ่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง และเป็นแหล่งรายได้ใหม่นอกเหนือจากธุรกิจก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลุ่มบริษัทมีการบริหารจัดการลดระดับความเสี่ยงอย่างรอบคอบ กลุ่มบริษัทเตรียมเริ่มโครงการนำร่องมีกำหนดเวลาติดตามผล 6-12 เดือน ก่อนที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ธุรกิจในระยะถัดไป หากมีความคืบหน้าที่สำคัญจะได้เปิดเผยผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และช่องทางของบริษัท

ผลการดำเนินงานกลุ่มบริษัทปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการดำเนินธุรกิจและเรามั่นใจว่าปี 2568 จะสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องพร้อมสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือหุ้นจากแผนธุรกิจที่วางไว้” นายเดวิด กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) คิดเป็น 0.09 เท่า ถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

Back to top button