SCCC กำไรปี 67 โตเท่าตัว แจกปันผล 7 บาท ขึ้น XD 12 มี.ค.นี้

SCCC รายงานกำไรปี 67 โตเท่าตัวแตะ 5.3 พันล้านบาท แจกปันผล 7 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD 12 มี.ค.68 และกำหนดจ่ายปันผล 14 พ.ค.68


บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC รายงานกำไรปี 67 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.67 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยบริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานปี 2567 ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 19% ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนที่ลดลงในทุกประเทศ แม้ในไตรมาส 4/2567 ผลประกอบการในประเทศไทยจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ได้รับการชดเชยบางส่วนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในต่างประเทศ โดยเฉพาะในศรีลังกาและเวียดนาม

ธุรกิจคอนกรีต หิน และทรายเติบโตจากการลงทุนภาคอุตสาหกรรม

ตลาดคอนกรีตผสมเสร็จในไตรมาส 4/2567 เติบโตขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของนักลงทุนจีนในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมก่อสร้างหลังน้ำท่วม ความต้องการวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาลดลง 14% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และส่วนลดราคาซีเมนต์ที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงดีเซลที่สูงขึ้น

ธุรกิจบริการกำจัดของเสียและบริการภาคอุตสาหกรรมเติบโตต่อเนื่อง

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาในไตรมาส 4/2567 เติบโต 29% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น 13% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้โครงการใหม่และโครงการทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าธรรมเนียมผู้รับเหมาช่วง ส่งผลให้ธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น

ธุรกิจวัสดุก่อสร้างเผชิญภาวะชะลอตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง จากระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาสภาพคล่องของผู้รับเหมา และปริมาณสินค้าคงค้างในตลาดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในอินโดนีเซีย ความต้องการลดลงจากความไม่แน่นอนของการเลือกตั้ง ส่งผลให้รายได้สุทธิในไตรมาส 4/2567 ลดลง 15% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถลดผลกระทบได้จากการปรับโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ปี 2566 ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

ธุรกิจพลังงานเสริมความมั่นคง หลังเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น LANNA

บริษัทฯ ได้รวม LANNA เข้ามาในการจัดทำงบการเงินรวม (Consolidation) ในไตรมาส 4/2567 เป็นครั้งแรก หลังจากเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 44.99% เป็น 61.44% ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร ความมั่นคงด้านพลังงาน และความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยกลุ่มธุรกิจพลังงานมี EBITDA คิดเป็น 24.2% ของรายได้ธุรกิจ สะท้อนถึงต้นทุนที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินงาน

ธุรกิจอื่น ๆ ปรับโครงสร้าง ส่งผลต่อผลการดำเนินงาน

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาของธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีและธุรกิจการค้าลดลง 11% จากปีก่อน โดยธุรกิจการค้าถูกโอนย้ายไปยังธุรกิจปูนซีเมนต์ตั้งแต่ต้นปี 2567 ขณะที่ธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีให้บริการแก่กลุ่มบริษัทเป็นหลัก แม้ว่าการลดต้นทุนในกลุ่มบริษัทจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีลดลง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 01 เม.ย. 2567 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567 และกำไรสะสม เป็นเงินสด 7 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 12 มี.ค.68 และกำหนดจ่าย 14 พ.ค.68

Back to top button