
CPW เปิดรายได้ปี 67 ทะลุ 8.7 พันล้านบาท เคาะปันผล 0.12 บ. ขึ้น XD 7 มี.ค.นี้
CPW เปิดรายได้ปี 67 เติบโต 19% ทะลุ 8,739 ล้านบาท รับดีมานด์สินค้ากลุ่มโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ฟากบอร์ดเคาะแจกปันผล 0.12 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 มี.ค.นี้ กำหนดจ่ายวันที่ 14 พ.ค. 68
นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยว่า ในปี 2567 ถือเป็นปีแห่งการขยายตัวของ CPW ที่โดดเด่น ทั้งการขยายช่องทางจำหน่ายและพอร์ตสินค้าหลากหลายขึ้น พร้อมกับขยายตลาดร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้สภาวะตลาดจะมีความท้าทาย และกำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัวจากนโยบายภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ
สนับสนุนให้ ในไตรมาส 4/2567 CPW มีรายได้จากการขายและบริการ 2,482.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสินค้าไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 44.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.51%
ในด้านผลการดำเนินงานทั้งปี 2567 CPW ทำรายได้จากการขายและบริการ 8,739.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.67% เทียบกับปีก่อน และแม้กำไรสุทธิโดยรวมจะลดลงอยู่ที่ 103.77 ล้านบาท หรือลดลง 19.71% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 129.25 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากรายการปรับปรุงลดประมาณการสิ่งตอบแทนที่จะต้องจ่ายซื้อธุรกิจ 62.63 ล้านบาท ซึ่งได้บันทึกเป็นกำไรพิเศษในปี 2566 ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสุทธิปี 2566 จะมีจำนวน 66.62 ล้านบาท และกำไรสุทธิปี 2567 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 55.76% ตอกย้ำความแข็งแกร่งของธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีและดิจิทัลไลฟ์สไตล์
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีร้านค้าปลีกภายใต้การบริหารงานจำนวน 106 สาขา ประกอบด้วย ร้าน dotlife (ดอทไลฟ์) จำนวน 22 สาขา ร้าน Apple Brand Shop จำนวน 27 สาขา ศูนย์บริการ iServe จำนวน 1 สาขา ร้าน AIS จำนวน 26 สาขา Samsung จำนวน 21 สาขา และ ร้าน Xiaomi จำนวน 6 สาขา ร้าน SB Life Connect จำนวน 1 สาขา ร้าน Nintendo Authorized Store By SYNNEX จำนวน 1 สาขา และร้าน Huawei จำนวน 1 สาขา
เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับผลประกอบการในปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท เป็นเงินจำนวน 96,000,000 บาท คิดเป็น 92.51% ของกำไรสุทธิ โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือน 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2567 คงเหลือเงินจ่ายปันผลสำหรับงวดนี้ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 7 มี.ค. 2568 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 10 มี.ค. 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 14 พ.ค. 2568
นายปรเมศร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮไลท์ในปี 2567 ที่ผ่านมาเราสร้างความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในรูปแบบการขยายไลน์สินค้า การขยายพันธมิตร และขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปยังผู้บริโภคมากขึ้น ประกอบกับ ได้เฟ้นหาสินค้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ รวมถึงสินค้ากลุ่ม IoT เข้ามาเสริมพอร์ตตอบโจทย์ความต้องการหรือเทรนด์ผู้บริโภค อาทิ การร่วมมือกับพันธมิตร เปิด Nintendo Authorized Store by SYNNEX แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเปิด 3 ร้านใหม่ iStudio by copperwired, Samsung Premium Store และ Xiaomi Store ที่ One Bangkok แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของดิจิทัลไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ มีสินค้าให้เลือกช้อปไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ หูฟัง และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มากมาย
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตแบบ Organic Growth ที่ระดับ 15% ด้วยกลยุทธ์ต่อยอด โดยเราจะโฟกัสสิ่งที่มีอยู่ และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจำหน่าย แทนการเปิดสาขาใหม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา และขยายพอร์ตสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ไลฟ์สไตล์ และ IoT ที่กำลังได้รับความนิยม รวมทั้ง ขยายแบรนด์หัวเว่ยรับเทรนด์ดิจิทัล จากปัจจุบันแข็งแกร่งในแบรนด์ Apple นอกจากนี้ ในส่วนของร้าน AIS จะมีการรีโนเวทครั้งใหญ่ หลังซื้อกิจการจาก IBIZ Plus มา 3 ปี ให้เป็นไปตามนโยบายใหม่ของ AIS เจาะกลุ่มรีเทลมากขึ้น โดยในปี 2568 จะมีการรีโนเวท 5 ร้านค้า