RCEP หนุนเศรษฐกิจเอเชียพุ่ง ดึงเม็ดเงินลงทุน “ต่างชาติ” ทะลุ 35% ของโลก

RCEP กลายเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการค้าเสรี ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ดึงดูด FDI กว่า 35% ของโลกในปี 66


นายควงเสียนหมิง รองหัวหน้าสถาบันการปฏิรูปและพัฒนาแห่งประเทศจีน เปิดเผยในระหว่างการประชุมเอเชียโป๋อ๋าว (Boao Forum for Asia) ประจำปี 2568 ว่า ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าเสรีโลก และส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจในยุคที่โลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการกีดกันทางการค้าและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

นายควง ระบุว่า ความตกลง RCEP ซึ่งมีผลบังคับใช้มาแล้ว 3 ปี ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการกระตุ้นการค้าและการลงทุน โดยในปี 2024 ปริมาณการค้าภายในภูมิภาคขยายตัวขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญกับปัจจัยลบหรือกระแสลมต้าน ทั้งนี้ ภูมิภาคสมาชิก RCEP ยังได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการไหลเวียนเงินทุนข้ามพรมแดน โดยสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 35 ของทั้งโลก และยังมีบทบาทในการลงทุนขาออกทั่วโลกราวร้อยละ 30 ในปี 2023

อนึ่ง RCEP ถือเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สะท้อนความสำเร็จในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระดับภูมิภาค และส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกในการส่งเสริมระบบการค้าเสรีและเปิดกว้าง ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง

ขอบคุณข้อมูล : xinhua

Back to top button