“สุทธิชัย” มอง SET ไซด์เวย์ รับผลกระทบ “แผ่นดินไหว” พร้อมแนะสอยหุ้น 3 ธีมเด่น

“สุทธิชัย คุ้มวรชัย” ประเมินตลาดหุ้นไซด์เวย์ดาวน์ หลังได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวเป็นครั้งประวัติศาตร์ และสงครามการค้าทางสหรัฐ พร้อมแนะลงทุนหุ้น 3 ธีมเด่น คือ วัสดุก่อสร้าง-ดาต้าเซ็นเตอร์-รับเหมาก่อสร้าง


นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ INVX เปิดเผยในรายการข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (31 มี.ค.68) ว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการในเช้าวันนี้ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) เปิดที่ระดับประมาณ 1,155 จุด ลดลง 20 จุด จากวันทำการก่อนหน้า แต่หลังจากเปิดตลาดไม่นาน ดัชนีเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาหนุนให้เกิดการฟื้นตัวในช่วงต้นของการซื้อขาย

การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 2% ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่เปิดตลาดเช้าวันนี้ด้วยการปรับตัวลดลงในช่วง 1-3% โดยมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน

คุณสุธิชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้แสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมให้ความเห็นว่า แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 พบว่า ดัชนี SET ปรับตัวลดลง 1-2% ในวันแรกที่ตลาดเปิดทำการ และยังคงปรับตัวลดลงในช่วงสองวันทำการแรก ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากเหตุการณ์สึนามิ เนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว แต่อาจมีผลต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งอาจเผชิญภาวะชะลอตัวของการตัดสินใจซื้อจากผู้บริโภค

นอกจากปัจจัยในประเทศแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 2% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญภาวะผันผวนในระยะสั้น โดยดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวลดลง 20-40 จุด จากผลกระทบของปัจจัยทั้งสอง

หากดัชนีปรับตัวลดลงถึงระดับ 1,130 จุด อาจเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุน เนื่องจากอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ของตลาดจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 12 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ในช่วง 14-16 เท่า

กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนโครงการคอนโดมิเนียมสูง เช่น AP และ SC Asset ซึ่งอาจได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มที่เน้นพัฒนาโครงการแนวราบ เช่น Land and House (LH) และ Quality Houses (QH) ส่วนกลุ่มประกันภัยอาจเผชิญกับจำนวนการเคลมประกันที่เพิ่มขึ้น กลุ่มท่องเที่ยวอาจได้รับแรงกดดันจากความกังวลของนักท่องเที่ยวในช่วงสั้น ขณะที่กลุ่มขนส่งอาจได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่ลดลง

ในทางกลับกัน กลุ่มอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบน้อยหรืออาจได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ที่อาจมีอุปสงค์เพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กลุ่มวัสดุก่อสร้างซึ่งอาจได้รับผลดีจากความต้องการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มค้าปลีกบางส่วน โดยเฉพาะบริษัทที่จำหน่ายสินค้าสำหรับซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน และกลุ่ม ICT ที่อาจได้รับอานิสงส์จากการใช้บริการข้อมูลและโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น เนื่องจากยังมีปัจจัยลบกดดัน อย่างไรก็ตาม หากตลาดปรับตัวลดลงแตะระดับ 1,130 จุด อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว หุ้นที่แนะนำให้พิจารณา ได้แก่ ADVANC และ TRUE ในกลุ่ม ICT ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการใช้บริการ Data ที่เพิ่มขึ้น HMPRO ในกลุ่มค้าปลีก ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากความต้องการสินค้าซ่อมแซมบ้าน SCC ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซึ่งอาจมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และ STEC ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่อาจได้รับงานโครงการซ่อมแซมเพิ่มเติม

โดยสรุป ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจใช้โอกาสจากการปรับตัวลดลงของตลาดในการพิจารณาสะสมหุ้นพื้นฐานดีเพื่อการลงทุนในระยะยาว

Back to top button