“ชัยยศ” มอง SET “พักตัว” รอภาษีสหรัฐฯชัดเจน แนะเก็งกำไร 5 หุ้นธีม Deep Value

“บล.กรุงศรี” ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัว รอความชัดเจนนโยบายภาษีตอบโต้สหรัฐฯพรุ่งนี้ มองผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจำกัด แนะสะสมหุ้นพื้นฐานดีธีม Deep Value ชู CPALL, BDMS, BH, GPSC และ SCGP เด่น ด้าน GULF เตรียมกลับเข้าเทรดวันแรกพรุ่งนี้ มองเชิงบวกจากแผนลงทุน New S Curve หนุนอนาคตโตระยะยาว


นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (2 เม.ย.68) ว่า ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัวระยะ ลักษณะ Wait & See เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีตอบโต้ (reciprocal) ของสหรัฐฯที่จะมีความชัดเจนช่วงเช้ามืดวันที่ 3 เม.ย. นี้ ตามเวลาประเทศไทย

โดยมองว่าผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวมแล้วอาจจะไม่รุนแรงมากนัก แม้ว่าประเทศไทยจะเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน เช่น เวียดนาม ที่มีการเกินดุลมากกว่า ไทยจึงอาจจะไม่ใช่เป้าหมายหลักในการปรับขึ้นภาษี สถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมีการแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 กรณีดังนี้

กรณีเลวร้าย: หากสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักไปสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อหุ้นรายตัวในกลุ่มนั้น เช่น กลุ่มยางพารา และสินค้าเกษตรอื่นๆ แต่โดยรวมตลาดอาจไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง

กรณีเป็นกลาง: หากมีการปรับขึ้นภาษีจริง แต่กระทบบ้างเล็กน้อย ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นไป โดยมีแนวต้านที่ประมาณ 1,200 จุด

จากภาพรวมตลาดในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการ ตอบรับกับความกังวล เกี่ยวกับนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯไปในระดับหนึ่งแล้ว สังเกตได้จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง (Fund Flow ไหลออก)

โดยมองว่าโซนประมาณ 1,150 จุด เป็นโซนที่เรียกว่า Deep Value ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นพื้นฐานหลักๆ มี Valuation ที่น่าสนใจ และเป็นจังหวะในการทยอยเข้าซื้อสะสมได้ หากนโยบายออกมาในทางที่เป็นกลางหรือไม่ส่งผลกระทบรุนแรง กรอบด้านบนของการดีดตัวของหุ้นไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 จุด ซึ่งเป็นทั้งแนวต้านและระดับจิตวิทยา

สำหรับกลุ่มหุ้น Deep Value ที่ลงมาลึกและมี Valuation ได้แก่ CPALL, BDMS, BH, GPSC, SCGP

ด้านหุ้น GULF เป็นหุ้นที่เกิดจากการรวมกับ INTUCH และจะเริ่มซื้อขายในวันพรุ่งนี้( 3 เม.ย.68) มีมุมมองที่เป็นบวกต่อหุ้นเนื่องจากบริษัทมีแผนการลงทุนในธุรกิจ New S Curve ใหม่ๆ เช่น Data Center, AI และโรงไฟฟ้า อีกทั้งได้รับเงินทุนจาก INTUCH  ทำให้มีศักยภาพในการลงทุนตามแผน คาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้ใหม่ๆ และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีคาดว่าการเข้าซื้อขายวันแรกจะมีความคึกคัก

Back to top button