
“มอร์แกน สแตนลีย์” ชี้ทรัมป์ขึ้นภาษี “จีน” กระทบหนัก “ยุโรป-เอเชีย” โดนบางรายการ
“มอร์แกน สแตนลีย์” คาดทรัมป์ขึ้นภาษีจีนอีก ฟากยุโรป-เอเชียโดนเป็นบางรายการ เชื่อภาษีตอบโต้มีขึ้นเพื่อปูทางการเจรจาการค้า ขณะที่มูดี้ส์ชี้เป้า 6 แสนล้านดอลลาร์ที่สหรัฐตั้งไว้อาจสูงเกินไป อย่างมากน่าจะได้ราว 1-2 แสนล้านดอลลาร์
ผู้สื่อข่าวรายงาน (2 เม.ย.68) อ้างอิงข้อมูล ไมค์ วิลสัน นักกลยุทธ์จากมอร์แกน สแตนลีย์ ได้วางแผนเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ว่าอัตราภาษีที่มีอยู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาต่อรองการค้าในอนาคต ในสถานการณ์พื้นฐาน วิลสันคาดว่า ภาษีนำเข้าจากจีนจะมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันภาษีศุลกากรสำหรับผลิตภัณฑ์จากยุโรปและประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่ไม่ใช่จีนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนความตึงเครียดทางการค้ากับเม็กซิโกและแคนาดาจะลดลง
สำหรับการประกาศนโยบายนี้ถือเป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการเจรจาต่อรองมากกว่าการตัดสินใจที่เด็ดขาด หากสถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีโดยไม่มีความชัดเจนในส่วนของการปรับปรุงกำไร S&P 500 อาจเพิ่มขึ้นไปถึง 5,900 จุด แต่หากการประกาศออกมาในลักษณะที่น่าผิดหวัง ดัชนีอาจลดลงเหลือประมาณ 5,500 จุด
ด้าน ปีเตอร์ นาวาโร ที่ปรึกษาการค้าของทำเนียบขาวระบุว่า การเพิ่มภาษีดังกล่าวอาจทำให้สหรัฐฯ เกิดรายได้ประมาณ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสะสมได้ถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 10 ปี โดยการเพิ่มแรงจูงใจจากภาษีจะสร้างรายได้ 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
อย่างไรก็ตาม มาร์ค แซนดี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากมูดี้ส์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า ตัวเลขเหล่านี้อาจได้รับการประเมินค่าสูงเกินไป โดยคาดว่า รายได้ที่แท้จริงจะอยู่ระหว่าง 100,000 ล้านดอลลาร์ถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตัวเลขที่สูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์ถึง 700,000 ล้านดอลลาร์ยังขาดความน่าเชื่อถือ