ไทย-เนปาล ยกระดับความร่วมมือ ดันท่องเที่ยวเชิงพุทธ-สุขภาพสู่เวทีโลก

นายกฯ เนปาล เยือนไทยครั้งแรกในรอบ 66 ปี “ไทย-เนปาล” กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ-วัฒนธรรม ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและสุขภาพ พร้อมขยายความร่วมมือการค้าการลงทุน


วันนี้ (2 เม.ย.68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเค พี ศรรมะ โอลี นายกรัฐมนตรีเนปาลและภริยา ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีเนปาล นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเมื่อ 66 ปีก่อน

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า การมาเยือนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ “ไทย-เนปาล” ซึ่งมีรากฐานที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะในมิติทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม โดยชาวไทยจำนวนมากเดินทางไปยังลุมพินี ดินแดนประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นประจำทุกปี พร้อมแสดงความชื่นชมเนปาล ที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไปสู่สถานะ “ประเทศกำลังพัฒนา” ได้สำเร็จ ภายในปี 2569

ในโอกาสนี้ ไทยและเนปาลได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ รวม 8 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและศักยภาพในการพัฒนาไปสู่มิติใหม่ในอนาคต

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ขยายการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านเกษตรกรรม การแปรรูปสมุนไพร บริการทางการแพทย์ และการท่องเที่ยว นางสาวแพทองธาร ระบุว่า บริษัทไทยหลายแห่งให้ความสนใจในการขยายธุรกิจในเนปาล และบางส่วนได้ดำเนินกิจการอยู่แล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเนปาล ยืนยันว่า รัฐบาลเนปาลพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนไทย ลดอุปสรรคทางการค้า และอำนวยความสะดวกในการลงทุน ทั้งนี้เนปาลมีความอุดมสมบูรณ์ด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพสูง ขณะที่ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแปรรูปสินค้าเกษตร ปัจจุบันสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการ

ด้านการท่องเที่ยว ไทยยินดีที่เนปาลสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยได้กว่า 1 ล้านคนในปีที่ผ่านมา โดยคนไทยจำนวนมากเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในเนปาล ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา และขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยไทยมีศักยภาพด้านการแพทย์ระดับสากล พร้อมเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค ขณะที่เนปาลพร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือกับไทยในด้านการแพทย์และโรงแรม

นางสาวแพทองธาร เน้นย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และมีความยินดีที่นักศึกษาเนปาลเลือกมาศึกษาในไทยเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลไทยพร้อมให้ทุนการศึกษาในหลักสูตรฝึกอบรมและระดับปริญญาในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น การโรงแรม การเกษตร และสาธารณสุข ด้านนายกรัฐมนตรีเนปาล ระบุว่า เนปาลต้องการเรียนรู้จากไทยในด้านสาธารณสุข เกษตรกรรม และเทคโนโลยี โดยมหาวิทยาลัยของเนปาลเองก็มีหลักสูตรที่สามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับไทยได้

ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยไทยให้ความสำคัญกับการผลักดันความร่วมมือใน BIMSTEC ซึ่งรวมถึง “วิสัยทัศน์กรุงเทพ 2573” และข้อตกลงด้านการขนส่งทางทะเลในอ่าวเบงกอล ด้านเนปาลประกาศว่า จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Sagamatha Sambaad” ซึ่งเป็นเวทีเสวนาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก ในเดือนพฤษภาคมนี้

การพบปะระหว่างผู้นำไทยและเนปาลครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมวางรากฐานสำคัญสู่การขยายความร่วมมือในภาคเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

 

แท็ก//

Back to top button