“ดาวโจนส์ฟิวเจอร์” ดิ่งหนัก! 1,000 จุด หลัง “ทรัมป์” กดปุ่มเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 1,000 จุด หลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลกสูงสุด 50% มีผล 9 เม.ย.นี้


เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 06:38 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 1,037 จุด หรือ 2.44% , S&P500 ฟิวเจอร์ลบ 207 จุด หรือ 3.65% และ Nasdaqฟิวเจอร์ ลดลง 878.50 จุด หรือ 4.49%หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariffs) ซึ่งจะมีผลต่อการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568 ว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ และจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมจากคู่ค้าบางประเทศ โดยอัตราภาษีตอบโต้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ดังนี้ จีน 34% , อินเดีย 26% , เกาหลีใต้ 25% ,ญี่ปุ่น 24% ,สหภาพยุโรป (EU) 20%

กลุ่มประเทศอาเซียน: มีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 17% ถึง 49% โดยกัมพูชาเป็นประเทศที่มีอัตราภาษีสูงสุดที่ 49% รองลงมาคือลาว 48% เวียดนาม 46% เมียนมา 44% ประเทศไทยอยู่ที่ 36% อินโดนีเซีย 32% บรูไนและมาเลเซียอยู่ที่ 24% และฟิลิปปินส์ 17%

เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะมีผลบังคับใช้วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2568 ส่วนภาษีตอบโต้จะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่ามาตรการภาษีนี้เป็นการตอบโต้ต่อภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าของสหรัฐฯ และเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มการจ้างงานในภาคการผลิตของสหรัฐฯ โดยเขาได้เรียกวันที่ประกาศมาตรการนี้ว่าเป็น “วันแห่งการปลดปล่อย” สำหรับสหรัฐอเมริกา และกล่าวว่า “เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ประเทศของเราถูกปล้น ถูกรุกราน ถูกข่มเหง และถูกทำลายโดยประเทศต่างๆ ทั้งใกล้และไกล ทั้งจากมิตรและศัตรู”

Back to top button