CGSI มอง SET ร่วง! รับแรงกดดัน “ภาษีตอบโต้สหรัฐ” แนะลงทุนหุ้น Defensive

CGSI ประเมิน SET มีแนวโน้มปรับลงตามตลาดโลกจากแรงกดดันมาตรการภาษีสหรัฐ แนะลงทุนกลุ่ม Defensive–High yield เลี่ยงความเสี่ยงต่างประเทศ


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามทิศทางตลาดหุ้นโลก จากแรงกดดันของมาตรการภาษีศุลกากรฉบับใหม่ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งประกาศเก็บภาษีนำเข้าขั้นพื้นฐาน 10% จากทุกประเทศ มีผลบังคับใช้วันที่ 5 เมษายนนี้

โดยประเทศไทยจะถูกเก็บภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ในอัตราสูงถึง 36% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและผลประกอบการของภาคธุรกิจไทย โดย CGSI ประเมินแนวรับของดัชนีไว้ที่ 1,150 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,135 จุด

ทั้งนี้ มาตรการภาษีครั้งนี้ยังรวมถึงการเก็บภาษีตอบโต้กับอีกเกือบ 60 ประเทศ โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ กัมพูชา (49%), เวียดนาม (46%), ไทย (36%), จีน (34%) และอีกหลายประเทศในเอเชียและยุโรป อาทิ อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และกลุ่มสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนนี้ รัฐบาลไทยประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยไปสหรัฐในวงเงิน 7-8 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 13-15% ของมูลค่าส่งออกไปสหรัฐ และคิดเป็น 2.3% ของการส่งออกทั้งปี 2024 ทั้งนี้ หากการค้าระหว่างประเทศหดตัวลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจกระทบ GDP ไทยราว 0.5% และรวมผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชนแล้ว อาจกระทบ GDP โดยรวมราว 0.9-1.2%

ด้านตลาดทุน หุ้น GULF ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการของ GULFI และ INTUCH ได้กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกครั้งในวันนี้ หลังจากถูกขึ้นเครื่องหมาย SP ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมถึง 2 เมษายนที่ผ่านมา โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อดัชนี SET ราว 1.4 จุดต่อราคาหุ้น GULF ทุก 1 บาท

CGSI ยังคงคำแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่มีลักษณะ Defensive และให้ผลตอบแทนสูง (High yield) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลง และหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่อ่อนตัวลงจากความกังวลสงครามการค้าจะฉุดอุปสงค์น้ำมัน

ทั้งนี้ ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ CGSI มองว่า HANA จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ DELTA และ KCE เนื่องจากสินค้าในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคาร ไฟแนนซ์ และโทรคมนาคม ซึ่งเตรียมเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ในเดือนนี้ ไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีของสหรัฐ

สำหรับหุ้นแนะนำในช่วงนี้ ได้แก่ GULF ซึ่ง CGSI มีมุมมองเชิงบวกจากการกลับเข้าซื้อขายอีกครั้ง และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยให้กรอบราคาที่ควรพิจารณาทำกำไรที่ 52.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 45.00 บาท ส่วน BDMS เป็นหุ้นปลอดภัยที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอน โดยมีระดับราคาทำกำไรที่ 23.40 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 22.10 บาท

Back to top button