“หุ้นเอเชีย” เปิดร่วง กังวลสงครามการค้า หลังทรัมป์เก็บภาษีทั่วโลก

ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดร่วงลงในวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าว่าจะนำไปสู่การทำสงครามการค้าและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก


ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดร่วงลงในวันนี้ (3 เม.ย.68) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าว่าจะนำไปสู่การทำสงครามการค้าและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

ดัชนีนิกเกอิตตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 35,041.67 จุด ร่วงลง 684.2 จุด หรือ -1.92%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 22,638.21 จุด ร่วงลง 564.32 จุด หรือ -2.43% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,319.61 จุด ลดลง 30.52 จุด หรือ -0.91%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.29% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 1.17%

ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (2 เม.ย.) เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ

ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%

ส่วนประเทศในอาเซียนถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ถ้วนหน้าเช่นกัน นำโดยกัมพูชา 49%, ลาว 48% เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน 24%, มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% และสิงคโปร์ 10%

เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่ภาษีศุลกากรตอบโต้ซึ่งมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าของสหรัฐฯ ประมาณ 60 ประเทศนั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ 9 เม.ย.68

Back to top button