
“อมรเทพ” ชี้เทรดวอร์สหรัฐฯ กดดันเศรษฐกิจไทย แนะรัฐเร่งเจรจา-เตรียมแผนรับมือ
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย CIMBT มองสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ เป็นสัญญาณที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย แนะรัฐบาลเร่งเจรจา เตรียมแผนรับมือ
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ เป็นสัญญาณที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย
สหรัฐฯ ตั้งเป้าลดพึ่งพิงจีน-ดึงฐานผลิตกลับประเทศ
นายอมรเทพวิเคราะห์ว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์มีเป้าหมายหลักในการลดการพึ่งพิงจีนและประเทศที่ไม่ใช่พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ โดยมุ่งดึงฐานการผลิตสินค้าสำคัญ เช่น ชิป เซมิคอนดักเตอร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และรถยนต์ กลับไปยังสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิดสงคราม โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ยาและเวชภัณฑ์
สหรัฐฯ ชี้ชาติอื่นๆ เก็บภาษีสูง-กีดกันทางการค้า
สหรัฐฯ มองว่าประเทศต่างๆ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ สูงกว่าที่สหรัฐฯ เก็บจากประเทศเหล่านั้น และยังมีมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barrier) การอุดหนุนสินค้าส่งออก การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการบิดเบือนค่าเงิน สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้สินค้าจากสหรัฐฯ เสียเปรียบในตลาดโลก
ไทยต้องเร่งเจรจา-ชี้แจงข้อเท็จจริง
นายอมรเทพแนะนำว่า ไทยควรเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ไทยจัดเก็บ เนื่องจากสหรัฐฯ อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน นอกจากนี้ ไทยควรแสดงความจริงใจด้วยการปฏิบัติตามข้อเสนอของสหรัฐฯ บางประการ เช่น การลดภาษีนำเข้า การยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และการเร่งนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ
เตรียมแผนรับมือผลกระทบ-กระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ไทยต้องเตรียมแผนรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การสวมสิทธิจากจีน การที่สินค้าจีนทะลักเข้าสู่ตลาดไทย และผลกระทบต่อภาคการผลิต ไทยควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สร้างความเชื่อมั่น สร้างงาน และสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเงิน
คาด กนง. ลดดอกเบี้ย-GDP ไทยเสี่ยงโตต่ำ 2%
นายอมรเทพคาดการณ์ว่า หากการเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก และสหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการภาษีจริง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ นอกจากนี้ GDP ไทยอาจได้รับผลกระทบ โดยมีความเสี่ยงที่จะเติบโตต่ำกว่า 2% เนื่องจากการส่งออกมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของ GDP และสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย
ท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบ
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว นายอมรเทพ มองว่าอาจได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นและกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 39 ล้านคน โดยอาจอยู่ที่ 37-38 ล้านคนแทน ทั้งนี้ นายอมรเทพ คาดว่า ความชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ น่าจะเกิดขึ้นก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้