
“กรภัทร” แนะเลี่ยง “หุ้นส่งออก” ปรับพอร์ตสะสม 6 กลุ่มเด่นธีม “โดเมสติก”
“กรภัทร วรเชษฐ์” ชี้ภาษีนำเข้าของสหรัฐกระทบเศรษฐกิจไทยจำกัด แนะเลี่ยง “กลุ่มส่งออก” และให้จับตาหุ้นอิงปัจจัยในประเทศรับโอกาสดอกเบี้ยขาลง อาทิ กลุ่มค้าปลีก, ไอซีที, โรงพยาบาล, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 3 เมษายน 2568 ว่า กรณีสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราสูงถึง 36% เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่ขอให้นักลงทุนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เนื่องจากผลกระทบโดยตรงต่อไทยยังอยู่ในวงจำกัด โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือจีนและเวียดนาม
ด้านตลาดหุ้นไทยในวันนี้ คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงราว 1.5% หรือแตะระดับ 1,155 จุด ซึ่งเป็นแนวรับแรก โดยในกรณีที่แย่ที่สุด อาจลงไปถึงระดับ 1,130 จุด ซึ่งยังเป็นระดับที่มีเสถียรภาพทางเทคนิค ขณะที่การส่งออกไทยไปสหรัฐในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 18% ของมูลค่าการส่งออกรวม หากถูกเก็บภาษีในระดับ 36% อาจทำให้ยอดส่งออกลดลง 10–20% และหากไม่สามารถหาตลาดทดแทนได้ อาจส่งผลให้ GDP หดตัวราว 0.6–1.2% ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
สำหรับกลุ่มหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในระยะนี้ ได้แก่ กลุ่มส่งออก, อาหารสัตว์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์ที่มีการปรับฐานลงในช่วงนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการภาษี จึงเป็นโอกาสในการสะสม เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่ประเมินไว้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจจากแรงกดดันภายนอก
ส่วนหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจและไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าโดยตรง ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก, ไอซีที, โรงพยาบาล, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนในประเทศ โดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาด โดยปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีระดับ P/E อยู่ที่ประมาณ 12.8 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนที่ถูกเมื่อเทียบกับระดับผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่อาจช่วยจุดประกายให้ตลาดหุ้นกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง