
CGSI คงน้ำหนักลงทุน “หุ้นแบงก์” ยก SCB-KTB ท็อปพิก ชูปันผลสูง-กำไรโต
CGSI คาดกำไร 8 หุ้นแบงก์ไตรมาส 1 แตะ 5.2 หมื่นล้าน พร้อมคงน้ำหนักลงทุน ชู SCB-KTB เป็นหุ้นเด่น รับปันผลสูง และมีแนวโน้มกำไรเติบโต
ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าธนาคารไทย 8 แห่ง ได้แก่ BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, KKP, TISCO และ CREDIT จะมีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/2568 ราว 52,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ส่วนกำไรก่อนการตั้งสำรอง (PPOP) คาดว่าจะอยู่ที่ 116,000 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 5.8% จากไตรมาสก่อนหน้า
โดยเชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่ได้กันเงินสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568
ทั้งนี้ อัตราการตั้งสำรองหนี้สูญในไตรมาส 1/2568 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 163 จุดฐาน (basis points) จาก 150 จุดฐานในไตรมาส 1/2567 และ 141 จุดฐานในไตรมาส 4/2567 ขณะที่ยอดสินเชื่อรวมคาดว่าจะหดตัว 1.5% จากปีก่อน และ 1.1% จากไตรมาสก่อน จากการชำระคืนหนี้ของลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย
ขณะที่ธนาคารหลายแห่งได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว เช่น การพักชำระหนี้เงินต้น 3 เดือน เงินกู้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ลดค่างวด 50-75% และขยายเวลาผ่อนชำระ 3 เดือน ซึ่งแม้มาตรการเหล่านี้อาจช่วยผลักดันการเติบโตของสินเชื่อ แต่จะส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) หดตัวลงราว 15 จุดฐานในช่วงไตรมาส 2-3/2568
ด้าน CGSI ยังประเมินว่าสินเชื่อที่มีการจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (delinquent loans) อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการที่ลูกค้าบางรายใช้มาตรการพักหนี้ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยซึ่งมีสัดส่วน 29.5% ของสินเชื่อระบบในไตรมาส 4/2567 เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุด โดย BBL เป็นธนาคารที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากมีพอร์ตสินเชื่อรายย่อยต่ำสุดที่ 12% ของพอร์ตสินเชื่อรวม
ส่วนกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำ “คงน้ำหนักการลงทุน” (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร เนื่องจากคาดว่ากำไรก่อนตั้งสำรองจะเติบโตช้าในช่วง 3 ปีข้างหน้า เฉลี่ย -1.5%, +1.5% และ +3.8% ในปี 2568-2570 โดยยังคงเลือก SCB และ KTB เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 7.4-9.1% ต่อปี และแนวโน้มกำไรเติบโต 2-12% ในช่วงปี 2568-2570
ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารยังเผชิญความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) หากยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้น หรือมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ปัจจัยบวก (Upside Risk) จะมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น การบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย