
สภาฯ ป่วนหนัก! สส.เพื่อไทย แอบดัน “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” เป็นวาระด่วนสัปดาห์หน้า
ที่ประชุมสภาฯ โต้เถียงกันอย่างดุเดือดหลัง สส.พรรคเพื่อไทย เสนอเลื่อนร่าง “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” เป็นวาระเร่งด่วนสัปดาห์หน้า ทำให้สส.“รัฐบาล-ฝ่ายค้าน” ต่างลุกขึ้นประท้วง เพราะเป็นการเสนอที่ซ้อนญัตติ หลังผู้นำฝ้ายค้าน ขอให้ที่ประชุมพิจารณาวาระเร่งด่วนเรื่องแผ่นดินไหว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (3 เม.ย.68) เต็มไปด้วยเสียงประท้วงและโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่าง สส. รัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันอย่างรุนแรงใน 2 ประเด็นหลัก ระหว่างญัตติด่วนเกี่ยวกับ “แผ่นดินไหว” กับการขอเลื่อนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือ “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ขึ้นมาพิจารณาก่อนในวันนี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ พิจารณามาตรการจัดการผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการต่อไป
ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม นำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันบันเทิงครบวงจ รหรือเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ , รวมถึงนำร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข , ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง , และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน โดยให้มีผลในการประชุมครั้งหน้า
การโต้แย้งของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ซึ่งกำลังทำหน้าที่ในที่ประชุม ต้องลุกขึ้นยืนให้ทุกฝ่ายหยุดการประท้วงและเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้การประชุมได้ดำเนินต่อไป
การโต้เถียงของทั้งสองฝ่ายกินเวลานานหลายชั่วโมง จนในที่สุดประธานฯ สามารถให้มีการลงมติ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระตามข้อเสนอของนายอนุสรณ์ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 249 เสียง ไม่เห็นด้วย 137 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 389 เสียง ที่ให้เลื่อนร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับมาพิจารณาในการประชุมวันที่ 9 เม.ย.นี้
แต่เมื่อถึงวาระพิจารณาญัตติแผ่นดินไหว กลับกลายเป็นว่า สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านพากันเสนอญัตติเข้ามาเพิ่มรวมถึง 11 ญัตติ พร้อมขออภิปรายกว่า 40 คน ทำให้การประชุมต้องลากยาวไปอีก