
WTI ดิ่ง 7% กังวลเทรดวอร์-โอเปกพลัสเพิ่มกำลังผลิต
น้ำมันเวสต์เท็กซัส WTI ร่วง 7% สู่ระดับ 66.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าทั่วโลก และได้รับผลกระทบโอเปกพลัสเพิ่มกำลังผลิต
ผู้สื่อข่าวรายงาน (3 เม.ย.68) ว่า ณ เวลา 21.12 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลบ 5.09 ดอลลาร์ หรือ 7.01% สู่ระดับ 66.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันในตลาด
โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลกด้วยการประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ต่อประเทศคู่ค้าวานนี้ ซึ่งจะจุดปะทุการเกิดสงครามการค้าทั่วโลก
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (universal tariff) เมื่อวานนี้ โดยภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย.68 ส่วนภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.68
หลายประเทศเตรียมตอบโต้สหรัฐ หากการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีไม่ประสบความสำเร็จก่อนเส้นตายวันที่ 9 เม.ย.
ราคาน้ำมันยังได้รับผลกระทบจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิต
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน จัดการประชุมในวันนี้เพื่อทบทวนนโยบายการผลิตน้ำมัน โดยที่ประชุมมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 411,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนพ.ค.
อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ระบุว่า การปรับเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าว อาจถูกระงับ หรือโอเปกพลัสอาจกลับมาลดกำลังการผลิต โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาด
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า โอเปกพลัสจะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 135,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. หลังจากที่มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในจำนวนดังกล่าวสำหรับเดือนเม.ย.