CGSI มอง SET “ไซด์เวย์” กรอบ 1,150-1,170 จุด แนะลงทุน KTB-CBG เด่น

CGSI มอง SET วันนี้ “ไซด์เวย์” กรอบ 1,150-1,170 จุด แนะลงทุน KTB-CBG เด่น จับตาเจรจานโยบายภาษี-ถ้อยแถลง เจอโรม พาวเวล ประธานเจ้าหน้าที่ FED วันนี้เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (4 เม.ย.68) คาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหว Sideway ในกรอบใหม่บริเวณ 1,150-1,170 จุด และ เห็นสัญญาณที่บวกมากขึ้นหลังหุ้นไทยปรับตัวลดลงน้อยกว่า

โดยเชื่อตลาดกำลังรอประเด็นการเจรจา (แผนรับมือจากรัฐบาลไทย) และ การตอบโต้นโยบายภาษีของประเทศคู่ค้า หลังการประกาศนโยบายภาษีเพิ่มเติมและ Universal Tariff 10% เมื่อวานนี้เพื่อเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรองกับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ

อีกทั้งแนะนำติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm) คืนนี้ และถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเจ้าหน้าที่ FED วันนี้เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ เวลา 22.45 น.

ทั้งนี้ทำเนียบขาวได้แก้ตัวเลขอัตราภาษีเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขภาษีตอบโต้ที่ Donald Trump แถลงข่าวได้แก่ ประเทศไทย เป็น 37% จากเดิม 36%

ทั้งนี้เราเชื่อว่าการที่ประเทศจีนโดนภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 34% เป็นทั้งหมด 54% จะทำให้อาจมีสินค้าจีนราคาถูกไหลเข้ามาในโซนเอเชียมากขึ้นกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และนโยบายภาษี โดยเฉพาะแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ย (วันที่ 30 เม.ย.) โดยยังคงแนะนำระมัดระวัง

1) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA CCET KCE) จากแนวโน้มการลงทุนใน Data Centre อย่าง Microsoft ที่ชะลอการลงทุน Data Centre กดดันมุมมองขนาดเม็ดเงินในธุรกิจ AI และอาจมี Hyperscaler เจ้าอื่นชะลอการลงทุนเพิ่มเติม

2) นิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) จาก outlook ยอด presales ที่ดินที่อาจลดลง โดย presales ทุก 200 ไร่/ปี ที่ลดลง กระทบกำไรสุทธิ WHA และ AMATA ราว 6-7% และ 2.7-2.9%

3) ท่องเที่ยวจากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนอ่อนแอใน 1Q25 และเหตุการณ์แผ่นดินไหว, 4)กลุ่ม Petrochemical (SCC IRPC) จากอุปทานจีนยังสร้างแรงกดดัน และ

5) กลุ่มส่งออกอาหาร อย่าง TU และ ITC ที่มีสัดส่วน US จำนวนมาก (ถึงแม้ว่า TU จะมีการอนุมัติเพิ่มวงเงินในการซื้อหุ้นคืน แต่เรามีมุมมอง Neutral เนื่องจากนโยบายภาษี)

ส่วนหุ้นแนะนำ

KTB แนะนำรอและหาจังหวะสะสมกลุ่ม High yield ราว 7.1-7.4% ท่ามกลางนโยบายภาษี และการตอบโต้นโยบายภาษีการค้าที่ไม่แน่นอน หากราคาปรับตัวลงจากการตั้งสำรองฉุกเฉินจากแผ่นดินไหวใน 1Q25  และการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่จะกระทบอัตรากำไรสุทธิ (Take profit: 24.0 / Stop loss: 22.0)

CBG จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากมีความเสี่ยงในเมียนมาน้อย เราคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 25.5% ใน 1Q25F เป็น 26% ใน FY25F จากยอดขาย Energy drink แข็งแกร่ง (Take profit : 62.0 / Stop loss : 58.25)

Back to top button