
SVI ลั่น “ทรัมป์” ขึ้นกำแพงภาษีการค้า ยันกระทบเล็กน้อย
SVI ประเมินสถานการณ์ สหรัฐตั้งกำแพงภาษีสูงขึ้น กระทบหลายธุรกิจ ยืนยันบริษัทฯ เตรียมพร้อมตั้งรับ จัดตั้งฐานการผลิตรัฐวอชิงตัน ลดความเสี่ยงทางการค้าโลก
นายกริช ลี้ถาวร ผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิคส์สำเร็จรูป เปิดเผยว่า SVI ได้ประเมินสถานการณ์หลังสหรัฐออกประกาศนโยบายอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Trade and Tariffs) มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ มากนัก
เนื่องจากเปรียบเทียบการขึ้นอัตราภาษีของประเทศไทยที่ 36% ถือว่าต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา 49% เวียดนาม 46% หรือจีน 54% อีกทั้งไทยยังมีความได้เปรียบในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตที่โดดเด่น จึงเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพการผลิตของ SVI โดยเฉพาะประเทศจีนอาจให้ความสนใจใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรองรับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยการลงทุนจัดตั้งฐานการผลิตสินค้าประเภทวงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป (EMS) ที่รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาดพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตคิดเป็นมูลค่า 100-110 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดชดเชยความเสี่ยงที่ไม่แน่นอนการค้าโลก และฐานการผลิตดังกล่าวสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดสหรัฐที่มีการเติบโตยิ่งขึ้นอีกด้วย
“รายได้จากออเดอร์ที่ส่งไปยังสหรัฐคิดเป็น 17% ของรายได้รวมในปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 624 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรามองว่าผลกระทบจากการขึ้นเพดานภาษีครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเราไม่มากนัก เนื่องจากได้บริหารจัดการความเสี่ยงลดผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังมีฐานการผลิตในสหรัฐและเริ่มผลิตสินค้าได้แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าทั้งปีจะยังสามารถผลักดันการเติบโตของยอดขายทั้งปีได้ตามแผน” นายกริช กล่าว