
“ทอง” ปิดร่วง 86.30 เหรียญ นลท.เทขายชดเชยขาดทุนตลาดหุ้น
“ทอง” ปิดร่วง 86.30 เหรียญ แตะ 3,035.40 ดอลลาร์/ออนซ์ นลท.ทขายเพื่อชดเชยขาดทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันศุกร์ (4 เม.ย.) โดยลดแรงบวกที่ทำไว้เมื่อต้นสัปดาห์ หลังนักลงทุนเทขายทองคำเพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดทุนจากการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ เนื่องจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 86.30 ดอลลาร์ หรือ 2.76% ปิดที่ 3,035.40 ดอลลาร์/ออนซ์
โดยนักลงทุนเทขายทองคำเพื่อชดเชยการขาดทุนในตลาดหุ้น หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ร่วงลงประมาณ 5% เนื่องจากจีนประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น 34% กับสินค้าสหรัฐฯ ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เพื่อเป็นการตอบโต้ภาษีชุดใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองคำปรับตัวผันผวน แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นราว 15.3% ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก และจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน
เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า ภาษีชุดใหม่ของทรัมป์สูงเกินคาด และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาทั้งเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ก็น่าจะรุนแรงกว่าที่คาดไว้เช่นกัน
ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ทำให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายด้วยดอลลาร์แพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
นักลงทุนประเมินข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อมูลตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งน่าจะสนับสนุนให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกตินั้น ราคาทองคำจะได้รับแรงหนุนในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 139,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 117,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.
ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.1%